หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่ากันว่า...นวนิยายเรื่อง " โรงงานปลากระป๋อง " ...???  (อ่าน 8003 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,441



« เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 06:24:18 PM »

อดไม่ไหวทนไม่ได้กับเขาเหมือนกันเมื่ออัญชลี ไพรีรัก เจ๊ปองตองแปด
หยิบยก นิยายอินเตอร์เน็ต โรงงานปลากระป๋อง
ไปเขียนกระเซ้ากระซี้ หยอดตาคนดู อุว๊าว ชี ก็เป็นเหมือนกัน
คือติดนิยายอินเตอร์เน็ตงอมแงม  Cry  อิอิ รู้แระว่าเธอก็แอบอ่านกะเขาเหมือนกัน



“เด็ดดอกไม้รายทาง”
       โดย...อัญชะลี ไพรีรัก

 “โรงงานปลากระป๋อง” เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวหลายร้อยตอนจบจากนวนิยายใต้ดิน ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในสังคมออนไลน์
       
       เหตุที่คนอ่านติดกันหนึบและตั้งตารอยคอยตอนต่อไปด้วยใจระทึก เพราะผู้เขียนจับเส้นคนไทยได้แม่นฉมังว่าเป็นสังคมไร้แก่นสาร ขาดเหตุและผล ชื่นชอบกันนักเรื่องการติฉินนินทาและข่าวซุบซิบวงในของคนดัง-คนรวย
       
       นวนิยายเรื่องนี้ใช้วิธีเขียนเหมือนข่าวซุบซิบ ด้วยการผูกเรื่องราวของคนดังผู้มีชีวิตจริงๆในสังคมไทย มาผสมกับเรื่องจินตนาการที่เคยซุกซ่อนตามซอกตามพรม แล้วนำมาปะติดปะต่อกันจนคนอ่านเข้าใจไปได้ว่า นี่คือเรื่องจริงแสนลึกที่ล้วงมาให้รู้ เป็นความลับหลังม่านไทรทองของคนชนชั้นสูงที่ถูกปิดบังมาเนิ่นนาน และกาลเวลาพาเรื่องจริงมาตีแผ่เพื่อให้สังคมไทยได้รู้ว่า ความแตกต่างของชนชั้นในสังคมไทยมีจริง และคนพวกนี้ใช้ชีวิตเหลวแหลกน่าขยะแขยงไม่ได้ดีเด่อะไรอย่างที่เคยเคลือบไว้ให้พวกเราได้ชื่นชม
       
       ดังนั้น การดำเนินเรื่องจึงต้องให้หวือหวาเข้าไว้ ออกแนวชิงรักหักสวาท ริษยา อาฆาตแค้น และวางแผนโค่นกันไปมาเพื่อแย่ง “ผลประโยชน์” ในราชสำนักฯ
       
       ตัวละครในโรงงานปลากระป๋องจึงใช้เรื่องจริงปนข่าวลือและมีชื่อคนจริงๆ ยศถาบรรดาศักดิ์จริง ทุกคนล้วนเป็นคนในชนชั้นที่ผู้เขียนสาธยายว่า “ผู้ดีแปดสาแหรก เก้าไม้คาน” แต่ก็มีที่ตัวละครบางตัวใหญ่โตโอ่อ่ามากมาย จนต้องหยิบบุคลิกผสมกับ “นามสัญลักษณ์” ที่พยายามอธิบายความมีตัวตนเสียจนคนอ่านสามารถนึกไปได้ว่า เป็นคน...คนนั้นจริงๆ…เข้าใจว่าผู้เขียนคงเกรงขามในบุญบารมีจนมิกล้าแม้จะระบุ “ชื่อจริง”
       
       ฉากหลักของโรงงานปลากระป๋อง จึงเป็นอาคารสูงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง กับห้องพักมากมายหลายร้อยห้อง และเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน กับคนแต่ละคน จากแต่ละห้องพักคับแคบ กับชีวิตและความเคลื่อนไหวที่โลดแล่นไปในแต่ละวันของ “ผู้เข้าพัก” และข้าทาสบริวาร
       
       ความน่าสนุกของนวนิยายเรื่องนี้ อยู่ตรงที่ผู้เขียนตีแผ่ตัวละครทุกตัว ด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ แดกดัน และฉีกหน้ากากให้คนอ่านเข้าถึงอารมณ์กราดเกรี้ยว หงุดหงิด จิตริษยา ชิงดีชิงเด่น โป้ปดตลบตะแลง และอยากได้ใคร่ดี ... คนเหล่านี้ซุกซ่อน “ตัวตน”ไว้ภายใต้หน้ากากแสนสวย สูงส่งของกลุ่มคนทีเรียกตัวเองว่า “ผู้ดี”
       
       นวนิยายเรื่องนี้เปิดฉากดำเนินเรื่องเริ่มต้น “คนชั้นสูง” เข้าพักในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งพร้อมๆ กัน แต่ละคนถูกจัดให้อยู่ในห้องพักคนไข้ที่เล็ก - คับแคบ- แออัด -ไม่หรูหรา-เครื่องอำนวยความสะดวกพอสมควร แรกๆ ก็หวานกันดีอยู่ ไปๆ มาๆ ด้วยความจำกัดในพื้นที่ และขี้อิจฉา ความเครียดเลยเกิดเหตุ “ตีกัน” ชุลมุนชุลเก จนทั้งโรงพยาบาลเต็มไปด้วยเรื่องราวซุบซิบนินทา หักหลัง เน่าเหม็น เหลวแหลก วุ่นวายขายปลาช่อนทีเดียว
       
       ตัวละครทุกตัวทุกคนล้วนแล้วแต่มีที่มาจาก “ตระกูลใหญ่และเก่าแก่” เป็นคนพื้นเพสูงส่ง เจ้ายศ เจ้าอย่าง มีฐานันดรศักดิ์ และมีบทบาทเป็นผู้รับใช้ใกล้ชิด “สถาบัน”มาแต่ครั้งในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
       
       นวนิยายเรื่องนี้ตีแผ่แฉลึกว่า ผู้ดีพวกนี้จะผูกตนเอง และครอบครัวติดกับ “ผลประโยชน์” ที่กอบโกยจาก “สถาบัน” ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ด้วยการแอบอ้าง “ของสูง” ไปเที่ยวไถเที่ยวหากินกับกลุ่มคนที่เรียกเขาอย่างเหยียดๆว่า พวกเจ๊ก พวกจีน และชอบเรียกคนในชนชั้นของตัวเองว่า “คนใน ” หรือ “นางใน”
       
       แต่ละบรรทัด แต่ละบทจึงละเลงแต่งสีเติมไข่ลงไปว่า แท้ที่แล้วคนพวกนี้กลับมีจิตใจหยาบช้าสามานย์ มีความเห็นแก่ตัวมัวเมาในอำนาจลาภยศสรรเสริญ จนมองไม่เห็นหัวคนอื่น และ ถ้าคนพวกนี้จะเห็น “คนอื่น” ก็เป็นเพียง “ไพร่ในเรือนเบี้ย” ซึ่งมีค่าไม่ต่างไปจาก “ขี้ข้า” ราคาถูก...หาใช่ “เพื่อนร่วมชาติ” ไม่!!!...และ สถาบันสูงสุดจะดีหรือล่มก็เพราะจมจ่อมกับ “ข้าทาสบริวาร”เยี่ยงนี้....อู๊ยอ่านแล้วแสบไส้ สาวกันไปมา อีกาเห็นแล้วอิ่มจนเผลออ้วก!!!
       
       เห็นเค้าโครงเรื่องคร่าวๆ ขนาดนี้ยังสนุกเลยใช่ไหม? แล้วตอนที่เหลือละจะสนุกเท่านี้ไหม? ไม่ต้องกังวลใจ เพราะนวนิยายเรื่อง”โรงงานปลากระป๋อง” นำเสนอมาได้ 100 ตอนแล้ว เขาโฆษณาว่าอีก 100 ตอนข้างหน้ากำลังตามมาเร็วๆ นี้ แถมคุยโขมงว่า ยังมีตัวละครทีเด็ดอีกมากมายและทุกตัวมีชีวิตจริงสาธยายได้อีกหลายร้อยตอนโน่นแนะกว่าจะจบ ทั้งนี้คนเขียนเขาใส่สีตีไข่ไม่บันยะบันยัง และป่าวประกาศล่วงหน้าว่า ตอนสุดท้ายจะจบลงตรงที่มีการ “ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในโรงงานปลากระป๋อง”....อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่....
       
       เรื่องสั้นขนาดยาวชุดนี้ เผยแพร่เฉพาะในเว็บไซต์หนึ่งซึ่งหาอ่านได้ในต่างประเทศเท่านั้น เมื่อได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จึงมีคนไทยกลุ่มหนึ่งนำมาจัดพิมพ์ลงในแผ่นซีดีแล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์!!!...กันในตลาดมืด!!!
       
       ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเมตตาให้ “โรงงานปลากระป๋อง”มา 1 ชุด อ่านเสร็จเวียนหัวตาแฉะไปพักใหญ่ ไม่รู้จะทำอะไรได้เพราะต่ำต้อยน้อยวาสนา ขนาดคนมีอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ยังไม่สามารถทำอะไรกับ “เว็บหมิ่น”ได้ นับประสาอะไรกับ “นิยายหมิ่น” ที่บรรจุลงในแผ่นซีดี แล้วเที่ยวแจกไปทั่วบ้านร้านตลาดทุกภูมิภาค... กว่าถั่วจะสุก งาคงไหม้หมอนเหม็นคลุ้งไปหมดแล้ว
       
       เขาถึงคงว่า...ในยุค “ซอยรางน้ำ” เป็นใหญ่ในแผ่นดินมีอำนาจน่าเกรงขามขนาดนี้ แถมยังเคยเอ่ยปากพร้อมน้ำตาว่าจะปกป้องสถาบันสูงสุดตราบจนชีวิตจะหาไม่ จึงคิดกันเองว่า น่าเอา “โรงงานปลากระป๋อง” ไปให้ “เสี่ยเน กับ เสี่ยหนู” ได้ลองอ่าน เผื่อสามัญสำนึกของคนกตัญญูต่อแผ่นดิน และ ความจงรักภักดีที่มีต่อพระเจ้าของแผ่นดิน จะดลบันดาลให้คนมีอำนาจราชศักดิ์อย่างเขาทั้งสองได้แก้ไขในสิ่งผิดให้กลับมาถูกต้องงดงามตามท้องเรื่องบ้าง...
       
       ความคิดนี้ไม่เลว แต่ใครล่ะ!!!จะกล้าไปตอแย ขนาด “พี่มาร์ค” ของแม่ยกยังโดนชกใต้เข็มขัด โทษฐานซ่าส์ท้าทายอำนาจคนโตบุรีรัมย์กับโครงการรถเมล์เทกระจาดมาแล้วเลย คนสมัยนี้น่ากลัว เพราะความชั่วไม่ต้องเรียนสูงก็ทำได้ แค่ส่งซิกให้พรรคพวกที่ผูกและเลี้ยงไว้ในฐานะพรรคเพื่อน “ล่มสภาฯ” สั่งสอนพวกมันเสียเลย...กะอีแค่ไม่ได้รถเมล์แพงนรกจกเปรตเนี่ยนะ...ทำกันได้ขนาดนี้ก็อย่าอยู่อย่าง “อยาก” กันต่อไปอีกเลย
       
       อยากรู้ไหม?ว่าการผ่าทางตันการเมืองไทยเพื่อไปสู่การแก้ไขอันยั่งยืนมีผู้เสนอแผนแล้ว ส่วนจะจะใช้วิธีอะไร แนะให้ไปอ่านโรงงานปลากระป๋อง อ่านแล้วหวาดเสียว และทักษิณต้องรีบอ่านก่อนใคร พอดีพอร้ายจะได้ไหวตัวทัน เพราะ ตัวละครตัวหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในโรงงานปลากระป่อง “แนะนำ” ว่า ถ้ามีคนหายไป 16 คน บ้านเมืองจะสงบสุข...อ่านแล้วเสียวไส้ หลับตาปี๋เลยเชียวละ


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000112413
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2010, 06:33:57 PM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
fil
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2010, 11:28:13 PM »

เพิ่งจะตาสว่างอ่านนี่หรือ  ยัยปอง ตองเเปด 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: