หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา  (อ่าน 5696 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ภูชี้ฟ้า
ตาสว่าง
****

Karma: +6/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2010, 10:57:24 PM »

แผนรถไฟความเร็วสูงเดินหน้า สภาอนุมัติแผนการเจรจากับจีน
October 27, 2010
แผนการลงทุนสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-จีนเดินหน้าไปได้อีกขั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรผ่านวาระการเจรจาเบื้องต้นระหว่างไทย-จีน
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าตัวแทนจากรัฐบาลไทยและจีนเตรียมพบปะเพื่อเจรจากันในเร็วๆ นี้ ตามแผนการเริ่มต้น จีนจะสร้างทางรถไฟ 5 สายเชื่อมกรุงเทพ เชียงใหม่ หนองคาย อุบลราชธานี ระยอง และปาดังเบซาร์ โดยรถไฟเป็นรถความเร็วสูงวิ่งได้ 250 กม. ต่อชั่วโมง โดยสายที่น่าจะเริ่มสร้างก่อนคือหนองคาย ระยอง และปาดังเบซาร์

ที่มา – Bangkok Post
**********************

อ่านข่าวนี้แล้ว คนไทยบางคนอาจจะดีใจที่ประเทศไทยจะได้มีรถไฟแบบนี้กับเขาบ้าง
แต่ผมตะงิดๆใจอยู่ไม่น้อยว่า งานนี้อาจจะนำมาซึ่งความล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างหนักหนาสาหัสกว่า ต้มยำกุ้ง

เพราะ งานนี้แลกมาด้วยคำว่า วิคเตอร์บูธ

ด้วยเหตุที่หักหลังรัสเซีย กล่าวคือ

หลังจากนายกษิตไปเจรจาความเอาความมั่งคั่ง(ทางการค้า)ไปแลกกับท่านทักษิณ แต่พอไปเสนอเงื่อนไขให้หุ้นลมกับเจ้าของประเทศ 20% นักธุรกิจรัสเซียเผ่นเรียบ จึงเป็นที่มาของการหักหลังจับเครื่องบินขนอาวุธและวิคเตอร์บูธ ว่ากันว่า เป็นเที่ยวที่ 5 แล้วที่มาแวะเติมน้ำมันที่เมืองไทย??เพื่อสำแดงเดชให้รัสเซียเห็นว่า หากไม่แน่จริงคงไม่กล้างัดข้อกับซาอุเรื่อง บลูไดมอนด์ นี่คือเจ้าของประเทศไทยตัวจริงเสียงจริง

แต่ปรากฏว่าอเมริกาเล่นด้วย ส่งเครื่องบินเจ๊ตพร้อมเครื่องบินรบคุ้มกันมาจอดรอพร้อมกับคำสั่งศาลอุทธรณ์มากดดันให้ส่งวิคเตอร์บูธให้แต่โดยดี คราวนี้รัสเซียก็ไม่ยอม

เจ้าของประเทศชักขาสั่น จึงรีบไปเจรจาจีนให้มากคานอำนาจ จีนซึ่งมีแผนขยายอำนาจในภูมิภารนี้อยู่แล้ว ก็ได้ทีต่อรองขอทำรถไฟความเร็วสูง และการลงทุนอื่นๆ 

นั่นคือที่มาของการทำรถไฟสูงของจีน

ตรงนี้ เท่ากับมี 3 ประเทศมหาอำนาจโลก ที่จ้องเขมือบไทยแลนด์แดนตอแหล
สหรัฐ  รัสเซีย จีน

แต่ทว่า การทำรถไฟความเร็วสูงนั้น แต่เดิมเป็นข้อตกลงลับกับฝรั่งเศส เพื่อแลกกับคดีอึ่งอ่างหิ้วผงแป้งเข้าฝรั่งเศส

นักลงทุนฝรั่งเศสก็มาสำรวจทำแผนหมดเงินไปหลายฟรัง แต่พอหันไปหาจีน ฝรั่งเศสจึงกร้าวด้วยข่าวคาร์ฟรู

เอาละซิ คราวนี้ ประเทศไทยโดนกระหนาบไปด้วย 4 มหาอำนาจ

แหมมันช่างเสียวสะดือดีจริงๆ

แต่ที่สำคัญก็คือ  เพราะการทำแบบนี้มันเลวยิ่งกว่าการแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะเท่ากับเอาการรถไฟไปขายให้ต่างชาติโดยตรงทั้งดุ้นนั่นเอง

นี่หากเป็นสมัยท่านทักษิณมันเล่นงานข้อหาขายชาติไปแล้ว
บันทึกการเข้า
นอกคอก
ตาสว่าง
****

Karma: +4/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 830


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 05:51:50 AM »

จ้างให้  มันก็ไม่ได้ทำ
บันทึกการเข้า
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,649


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 06:07:02 AM »

ประเทศไทย   ประเทศใคร (วะ)
บันทึกการเข้า
red-heart
รู้ทัน
**

Karma: +1/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71



« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 09:05:21 AM »

หากเป็นฝ่ายเราทำ ไอ้พวกสื่อกะเลวกะลาด อาจม นักวิชกวน พวกโง่ (ngo)  ราษฎรหัวหงอกจริยธรรมสูงแต่ปัญญาต่ำทั้งหลายและเหล่่าพันธหมาก็คงออกมาเห่าหอนด่ากันเป็นทอดๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 11:16:12 AM »

คุณภูชี้ฟ้า คะ ข่าวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จริงๆ ด้วยคะ


และ ice angel คนอ่านข่าวก็ชอบอ่านข่าวและวิเคราะห์ข้อมูลจากข่าว

จากที่เคยอ่านข่าวเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ
จะสรุปเรื่องข่าวเป็น 3 หัวข้อ คือ

1.

อ้างถึง

8 กันยายน 2553
คณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบเจรจาร่วมมือจีนสร้างรถไฟความเร็วสูง
ย้ำนะคะ กรอบเจรา ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตกลงว่าจะลงมือสร้างรถไฟความเร็วสูงร่วมกันกับจีน


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้
ได้อนุมัติกรอบความร่วมมือพัฒนารถไฟความเร็วสูงกับจีน
เพื่อทำประชาพิจารณ์และนำเสนอรัฐสภาอนุมัติต่อไป

     ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบการเจรจาความร่วมมือในการ
ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกับจีนรวม 4 สาย ( 4 สาย )



โดยเริ่มต้นก่อสร้างสายแรกกรุงเทพฯ-ระยอง
มีเนื้อหาคือเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐต่อรัฐ
1>โดยฝ่ายไทยจัดหาพื้นที่และ
2>จีนดำเนินการก่อสร้าง
3>ทำประชาพิจารณ์นำเสนอต่อรัฐสภาอนุมัติต่อไปตามรัฐธรรมนูญ


     สำหรับกรอบการเจรจาเรื่องรถไฟความเร็วสูง ได้มีการทำเป็นร่าง MOU
และกรอบการเจรจาเพื่อร่วมมือก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกับจีนแบบรัฐต่อรัฐ
จึงต้องขออนุมัติต่อรัฐสภา (ตรงนี้อภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้คัดค้านเพราะบอกว่า
จะนำเรื่องเข้ารัฐสภาอนุมัติใน 2 สัปดาห์ )


 
 ^
 ^

ข่าวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

1.ตรงนี้ ice angel มีข้อสังสัยคะว่า ทำไมต้อง กรุงเทพ ระยอง
จริงๆ ขับรถจากกรุงเทพไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว อีกอย่าง
ระยองคือจังหวัดพื้นที่ที่กำลังมีปัญหาเรื่องนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ที่รัฐบาลส่ง นายอนันต์ ปัญญารชุน ลงไปขลุกที่ตรงนั้นเกือบปี เหตุผลคือ
เพื่อทำประชาพิจารณ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของมาบตาพุด 
ตรงนี้มันสงสัยเท่านั้นหล่ะคะ Huh?





2.ไทยจัดหาพื้นที่ก่อสร้าง... ตามที่รู้ๆ กันอยู่ ถ้ารัฐคิดทำเมกกะโพเจคและ
ก่อสร้างผ่านที่ใคร ที่คนนั้นเฮงสุดๆ แต่ถ้ามีคนที่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีการก่อสร้างผ่าน
ที่บริเวณนั้นๆ แล้วไปดักซื้อที่ดินเก็บไว้ก่อน ตรงนี้จะแก้ไขกันอย่างไร  Huh?
ประชาชนอย่างเราๆ จะปล่อยให้คนเฮงสุดๆ กลุ่มคนเฮงเดิมๆ ซ้ำซากอย่างนั้นอีกเหรอคะ หุหุ



จริงๆ ถ้าเราคิดหาวิธีแก้ไขและลงมือทำอย่างจริงจัง
เราก็พอจะมีวิธีกำจัดคนเฮงนามสกุลเดิมๆ ซ้ำซาก


ยกตัวอย่าง เช่นถ้ารัฐจะต้องซื้อที่ดินนั้นขึ้นมาเพื่อก่อสร้างเมกกะโพเจค
เส้นทางรถไฟความเร็วสูง รัฐต้องดูว่า
เจ้าของที่ดินที่รัฐจะไปซื้อที่เขาพึ่งซื้อที่ดินและพึ่งครอบครองที่ดินนั้นมาหรือเปล่า
ถ้าพี่งซื้อหรือครอบครอง รัฐคงต้องให้เงินน้อยกว่าเจ้าของเดิมที่ครอบครองที่ดินมานาน
และถ้าให้ดีรัฐควรสร้างเส้นทางรถไฟในที่ดินของการรถไฟเอง

3.ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ถ้ารัฐมีแนวโครงการทำโครงการแบบรัฐต่อรัฐจะต้องเสนอรัฐสภา
ทั้งนี้ทางรัฐบาลอภิสิทธิ์เอาเรื่องของคำว่า ทำประชาพิจารณ์มาสนับสนุนแนวคิดนโยบาย
เพื่อทำกรอบเจรจาก่อสร้างทางรถไฟกับประเทศจีน
มันน่าแปลกใจตรงที่โครงการใหญ่ระดับแสนล้านบาท ทำไมการทำประชาพิจารณ์
ถึงได้ทำกันได้รวมเร็ว ใช้ระยะเวลาแค่ 2 เดือน ก็ทำประชาพิจารณ์เสร็จแล้ว เหรอ
หุหุ ไวจริงๆๆ

4.และทำไมต้องกำหนดว่าเป็นประเทศจีน ทำไมไม่กำหนดว่าประเทศไหนๆ ในโลก
ที่สามารถทำได้ตามข้อตกลงของรัฐของนโยบายของประเทศเราเอง ทำไม
เราไม่กำหนดเงื่อนไขและให้ประเทศที่มีความสามารถมาแข่งขันกัน ทำไมไม่ทำ
ทำไมไปล๊อกสเป๊กว่าเป็นประเทศจีน ทำไม อ้อ อยากถามว่าได้คุยเรื่องนี้กับการรถไฟ
แห่งประเทศไทยหรือยัง  Huh?

V

2.
V

วันที่ 26 ตุลาคม 2553 12:21รัฐสภา ไฟเขียวกรอบเจราจารถไฟไทย-จีน




 
   
 
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2010, 11:33:03 AM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
เดฟ
ตาสว่าง
****

Karma: +6/-11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 663


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 11:24:28 AM »

จะไปทำแผนรถไฟฟ้าความเร็วสูงผมว่า แก้ปัญหาน้ำท่วมแบบยั่งยืนก่อนดีกว่ามังครับ ถ้าน้ำท่วมทุกปีทุกปีจากนี้ไปความสูญเสียเป็นหมื่นล้าน แล้วจะมีประโยชน์อะไรกับการไปสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง
บันทึกการเข้า
PKT
ตาสว่าง
****

Karma: +9/-4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,682


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 11:34:12 AM »

ประเทศจีนเขามีเงินลงทุนเยอะและต้องการมีระบบขนส่งสินค้าเชื่อมต่อกับอาเซียน จริงๆสมัยทักษิณก็คุยกันเรียบร้อยแล้วเรื่องรถไฟเชียงรายลำปาง


แต่เชื่อเหอะไม่ได้สร้างหรอก
บันทึกการเข้า
แม่นัทจัง ณ นิติราษฎร์
ตาสว่าง
****

Karma: +26/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,346


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 11:55:58 AM »

มีผู้ปกครองที่โง่และเลว มันซวยจริงๆ
บันทึกการเข้า
payai97
ตาสว่าง
****

Karma: +7/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,072


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 12:07:25 PM »

เดฟพูดมีเหตุผล......................

ถ้าเมืองไทยยังประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ขืนทำไปก็ต้องเจอน้ำท่วมทางรถไฟ
เกิดความเสียหายยับเยินแน่นอน

ทำไมรัฐบาลจึงไม่คิดหาวิธีการ
แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนก่อน

เพราะจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล
กับประชาชนคนไทยโดยตรง

บ้านช่องก็ไม่ต้องถูกน้ำท่วม
ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่ต้องเสียหาย

เรือก สวน ไร่ นา ก็ไม่ต้องฉิบหายวายวอด
จนหมดเนื้อหมดตัวเช่นนี้

ถ้าคนในรัฐบาลนี้มีความจริงใจต่อประชาชน และมีกึ๋นสักหน่อย
คงคิดออกและสามารถลำดับปัญหา
และความต้องการจำเป็นสูงสุดว่า มันคืออะไร

แต่ที่เห็นทำกันมาปีกว่า
ดูมันสะเปะสะปะ ไร้ทิศทาง ทำกันมั่วไปหมด

อะไรไม่ว่า...ไอ้ที่มั่วๆทำกันอยู่เนี่ย
หมดเงินภาษีประชาชนนับล้านๆบาทแล้ว

เอ้า..ผลาญกันเข้าไป
ถ้าอยากให้บ้านเมืองล่มสลายวายวอด ก็เชิญอยู่ต่อไป

จะรอดูน้ำหน้าพวกสื่อ นักวิชาการ พวกอำมาตย์ทั้งหลาย
จะออกมาแก้ตัวให้รัฐบาลไอ้หมีน่าฮ้ากนี้อย่างไร

แต่ที่ไม่ต้องรอดูก็คือ ตอนนี้เงินภาษีของประชาชน
โดนผลาญไปจนหมด โดยที่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ให้เจ้าของเงินได้ชื่นใจเลยสักเรื่องเดียว



บันทึกการเข้า
Maquid
ตาสว่าง
****

Karma: +16/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,666



« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 12:09:35 PM »

ขณะนี้จีน-ลาว ได้สำรวจเส้นทางในลาว จะก่อสร้างเส้นทางรถไฟต่อเชื่อมระหว่างโมฮั่น-หลวงพระบาง-เวียงจันทน์ ระยะทาง420 กม. จะเริ่มก่อสร้างในปี 2554 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี
บันทึกการเข้า

สิทธิของประชาชนเป็นสิ่งที่ควรเชิดชูไว้
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 02:03:08 PM »

ใช่คะ คุณpayai97 ... คุณเดฟ พูดถูก
อ้างถึง
ถ้าเมืองไทยยังประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
ขืนทำไปก็ต้องเจอน้ำท่วมทางรถไฟ
เกิดความเสียหายยับเยินแน่นอน

ความดักดานของรัฐบาลชุดนี้ ที่มัวแต่ไปสนใจเรื่องอื่นๆ
ไม่เคยปรากฏโครงการ หรือนโยบายอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

คนทำงานในรัฐบาลชุดนี้ส่วนใหญ่ค้าขายไม่เป็น
ยิ่งตัวนายมาร์คหัวหน้ารัฐบาลยิ่งแล้วใหญ่...เป็นแต่แสดงบทบาทอาชีพนักการเมือง
เกาะโพเดี้ยมออกงานแสดงวิสัยทัศน์ หุหุ ทัศนศึกษาเดินดูงานซะมากกว่า



และที่รัฐบาลชุดนี้รีบลงมาตะคลุบโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง
เพราะมัวแต่ต่อรองเดินสายต่อรอง
กับประเทศโน้นประเทศนี้แรกๆ ก็มีข่าวว่า ญี่ปุ่นจะมาสร้าง
เส้นทางรถไฟฟ้า แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
แถมไทยรีบประกาศโครมว่าจะไปเจรจากรอบลงทุนร่วมกับจีน
ทำแบบนี้มันล๊อกสเป๊กประเทศกันเห็นๆๆ

คำถามถามว่า ถ้าไทยอยากสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อพัฒนาประเทศไทย
แล้วไทยเราเองมีแผนเส้นทางรถไฟของตนเองหรือยัง หรือมีแล้วแต่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เหมือนรถไฟลอยฟ้าในกรุงเทพ ที่ปัจจุบันยังไม่รู้เลยว่าจะมีเส้นไหนบ้าง มั่วไปหมด

V
V
กรอบเส้นทางรถไฟฟ้าของไทยที่ออกข่าวว่าจะไปคุยกับจีน

สำหรับกรอบการเจรจานั้น มีสาระสำคัญในการในการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทย-จีน สาระสำคัญของกรอบการเจรจา ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1. เส้นทาง ได้แก่ ( 1) กรุงเทพฯ-หนองคายระยะทาง 615 กม. ( 2) เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กม. เริ่มต้นจากมักกะสัน-ฉะเชิงเทรา-ระยอง ( 3) เส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กม. ( 4) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ ( 5) เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี






บันทึกการเข้า
payai97
ตาสว่าง
****

Karma: +7/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,072


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 02:22:47 PM »

ขอบคุณคุณ ICE ANGLE

ที่ให้ข้อมูลเชิงวิชาการเพิ่มเติม
คงต้องรอดูต่อไปว่า การรับรู้กรอบเจรจาครั้งนี้
จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงหรือไม่ เมื่อไหร่

ส่วนเรื่องการล้อคเสป๊คว่าต้องเป็นจีนเท่านั้นที่เข้ามาทำ
แน่นอนว่าคงสร้างความไม่พอใจกับประเทศอื่นๆ
ที่เคยไปเจรจากันไว้ก่อนหน้าแล้วอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
จะรอดูว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหา...รักสามเส้าในเรื่องนี้ยังไง
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 02:24:08 PM »

อ้างถึง
หัวข้อที่จะสรุป ข้อที่ 3 ข้อสุดท้าย

วันที่ 26 ตุลาคม 2553

รัฐสภา ไฟเขียวอนุมัติกรอบเจราจาการพัฒนากิจการรถไฟไทย-จีน
ด้วยการลงคะแนนเสียง 295 ต่อ 10 งดออกเสียง 61 และไม่ลงคะแนน 21

นายโสภณ  ซารัมย์ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า 
ความสำเร็จของในการพัฒนากิจการรถไฟ
เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม ไม่มีใครได้หน้า ถ้าได้หน้าก็ได้ด้วยกัน

ขอยืนยันว่าการใช้งบประมาณตามกรอบการเจรจาจำนวน 170,000 ล้านบาท
ไม่เกี่ยวกับโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง  เชื่อว่าผลจากการพัฒนากิจการรถไฟร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายโสภณ ยืนยันว่า การขอมติเพื่อไปเจรจากับจีนที่ยังไม่มีรายละเอียดนั้น
ยังไม่มีผูกพันกับรัฐสภาและประเทศ เมื่อสภาอนุมัติให้ไปเจรจาแล้ว
จะต้องถือเป็นความลับในการเจรจาความเมือง

ส่วนที่ถามว่า ทำไมต้องเป็นประเทศจีน ทำไมไม่เป็นประเทศอื่นนั้น ที่ผ่านมาไม่มีนายกฯหรือใครได้ไปเจรจาเรื่องนี้ มีเพียงการเดินทางไปเยือนหารือการพัฒนาร่วมกันกับจีน โดยทราบว่าทางจีนได้ลงทุนเซ็นเอ็มโอยูเรื่องรถไฟกับลาว จึงมีการเชิญชวน ทำให้นำไปสู่กรอบการเจรจาครั้งนี้ เมื่อจีนมีข้อเสนอดี ๆ ได้นำมาขออนุมัติกรอบการเจรจาซึ่งยังไม่มีการผูกพันถึงการจัดจ้างจัดซื้อทั้งสิ้น


ตอนแรกที่อ่านก็ยังไม่เข้าใจว่า โสภณ ซารัม เขาพูดถึงใครหมายถึงอะไร

สุดท้ายถึงบ้างอ้อ ที่เขาพูดถึงตรงนี้เขาหมายถึง ข่าวของรมว.คลัง กรณ์ จาติกวณิช
ที่ได้มีแนวนโยบายว่าจะลงทุนสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ที่แย่งกันงาบเอ้ย
แย่งกันทำงานโพเจคระดับแสนล้าน


V
V
อ้างถึง
30 สค.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า 
คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้อนุมัติแผนการร่วมทุนระหว่าง รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลจีน
ในลักษณะ จีทูจี ในโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮ สปีด เทรน ในเส้นทางหนองคาย – กรุงเทพ และ กรุงเทพ – ปาดังเบซาร์

ทั้งนี้ ลักษณะการร่วมทุนรัฐบาลไทบกับจีนจะมีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาบริหารการร่วมกัน
ซึ่งเส้นทางหนองคาย – กรุงเทพ คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท ลดลงจากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 3 แสนล้านบาท เพราะมีการปรับการเดินรถในบางจุดจากรางคู่เป็นรางเดี่ยว
ช่วยให้ประหยัดต้นทุนมากขึ้น

สำหรับเส้นทาง หนองคาย-กรุงเทพฯ และ กรุงเทพฯ-ชายแดนไทย-มาเลเซีย (ปาดังเบซาร์) ที่กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาในรายละเอียดนั้น ไม่ต้องมีการทำมาร์เก็ตซาวน์ดิ้ง
เพราะจีนสนใจจะลงทุนใน 2 เส้นทางดังกล่าว

อนึ่ง ฝ่ายจีนเห็นว่าควรเริ่มดำเนินการในเส้นทางหนองคาย – กรุงเทพ ระยะทาง 580 กิโลเมตรก่อน คาดว่าใช้เวลาในการก่อสร้าง 4 ปี และจะทำการศึกษาพร้อมทั้งเตรียมงานด้านต่างๆ ให้เสร็จสิ้นภายในครึ่งปีแรกของปี 2554 เพื่อเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงปลายปี 2554


บันทึกการเข้า
kajokkub
ซาบซึ้ง
***

Karma: +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 02:39:39 PM »

รัฐบาลมีสภาพแบบนี้ มาแบบนี้  แตกแยกกันแบบนี้  ปัญหามากมายแบบนี้


ครับ  จ้างก็เกิดขึ้นไม่ได้


ให้บักซารัมย์  คนแบบนี้รึ  เป็นคนดิวเรื่อง มหาอภิโปรเจ๊กแบบนี้

จะบ้า


แค่ รถเมล์ พวกมันก็พินาศแล้ว
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 02:54:28 PM »

อ้างถึง
ขอบคุณคุณ ICE ANGLE

ที่ให้ข้อมูลเชิงวิชาการเพิ่มเติม
คงต้องรอดูต่อไปว่า การรับรู้กรอบเจรจาครั้งนี้
จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงหรือไม่ เมื่อไหร่

ส่วนเรื่องการล้อคเสป๊คว่าต้องเป็นจีนเท่านั้นที่เข้ามาทำ
แน่นอนว่าคงสร้างความไม่พอใจกับประเทศอื่นๆ
ที่เคยไปเจรจากันไว้ก่อนหน้าแล้วอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
จะรอดูว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหา...รักสามเส้าในเรื่องนี้ยังไง

^
^
ไม่ใช่ข้อมูลเชิงวิชาการหรอกคะ คุณpayai97
ความจริงมันเป็นข่าวที่เราลืมนำมาวิเคราะห์
อาจจะผิดก็ได้คะ แต่มันก็คงไม่หนีไปจากเรื่องของที่เป็นข่าว

ปล.ตอนแรกว่าจะจบแค่ความเห็นหัวข้อที่ 3
แต่ขออนุญาต จขกท.คุณภูชี้ฟ้า ตรงนี้เล่าเรื่องที่
ice angel หาข้อมูลข่าวมาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าเสริมอีกนิด


จากภาพจะเห็นว่า มีภาพโครงการสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าหลายเส้นทางเหลือเกิน
ภาพนี้ ice angel มองว่า ถ้าสร้างขี้นมาจะทำให้ประเทศไทย
ที่มีสายการบินภายในประเทศประสบปัญหา เพราะคนจะแห่ไปใช้
รถไฟความเร็วสูง ที่วิ่งได้เร็วพอๆ กับเครื่องบิน สะดวกกว่า ราคาอาจจะประหยัดกว่า











บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:01:43 PM »

แต่ถ้าเป็นเส้นทางภาพตามนี้ไทยจะได้ประโยชน์




ความเจริญจะขยับไปทางภาคตะวันออกของประเทศเป็นหลัก
แต่ผู้ที่เสียประโยชน์จะตกอยู่กับคนไทยบางกลุ่มที่หลงไปลงทุนอะไรบางอย่างก่อนหน้านี้
กับประเทศที่อยู่ใต้ประเทศไทย ปล.ความเป็นจริง จีนอยากสร้่างทางรถไฟกับลาว
แล้วออกสู่ทะเลเป็นหลัก กับไทยนั้นจีนไม่มีความจำเป็นต้องมาเร่งลงมือลงทุนร่วมด้วย
ยกเว้นทางตอนเหนือสุดของประเทศไทย

เส้นทางรถไฟที่ทางการจีนให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือเส้นทาง
ที่เชื่อมต่อจากด่านบ่อเต็นในแขวงหลวงน้ำทา
ซึ่งติดต่อกับชายแดนจีนที่ด่านบ่อหานในเขตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน
เรื่อยลงมาที่อุดมไซ-หลวงพระบาง-แขวงเวียงจันทน์และ
นครเวียงจันทน์แล้วต่อมาที่หนองคายมายังกรุงเทพฯ
(แล้วมุ่งสู่มาเลเซียและสิงคโปร์หรือที่เรียกว่าเส้นทางรถไฟอาเซียน-จีนนั่นเอง)

ก่อนที่จะจบไปดูผลงานของไทยที่สร้างเส้นทางรถไฟสายล่าสุดไปลาวกันเถอะ...
internation train เห็นแล้วอยากร้องไห้มันซึ้งเกินห้ามใจ  Cry


<a href="http://www.youtube.com/v/sM3c0-f-Rjw?fs=1&amp;amp;hl" target="_blank">http://www.youtube.com/v/sM3c0-f-Rjw?fs=1&amp;amp;hl</a>

ปล.มีข่าวว่า

คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติงบประมาณ 1,650 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลลาวในการก่อสร้างทางรถไฟที่เชื่อมต่อจากสถานีท่านาแล้ง (บ้านดงโพสี) เข้าไปยังบ้านคำสะหวาดในเขตนครเวียงจันทน์ ซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้างในต้นปีหน้าเพื่อให้แล้วเสร็จและเปิดใช้ให้ได้ภายในปี 2014 ด้วยแล้วก็ยังนับเป็นสิ่งที่สอดรับกับแผนการมุ่งสู่ใต้ของจีนได้เป็นอย่างดี

 Huh? ไม่รู้จริงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ จีนกับลาวเขาเซ็นสัญญาก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง
ซึ่งทันสมัยกว่าไทยซะอีก หุหุ ไทยคิดจะลงทุนกับเพื่อนบ้านแต่เค้มเค็ม ใครเขาจะค้าขายด้วย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 30, 2010, 03:44:35 PM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ภูชี้ฟ้า
ตาสว่าง
****

Karma: +6/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 536


« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:02:11 PM »

 ข้อมูลของนางฟ้าน้ำแข็งดีเยี่ยมครับ ว่าแต่ผมมีแถมให้อีกนิดก็คือภาพนี้


 
  เป็นภาพที่ตอกย้ำถึงความชั่วของเจ้าของประเทศ  ด้วยเหตุที่หลังจากเจรจาต้าอวยกับจีนเป็นที่เรียบร้อย จีนก็โบ้ยส่งให้ไปคุยกับพม่าเสียก่อน เพราะจีนไม่อยากเสียหมากับพม่า ซึ่งแต่เดิมจีนมีแผนการลงทุนสร้างรถไฟความเร็วสูงไปออกทะเลที่พม่า(ฝั่งลาว,เขมรนั้นเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้วครับ)เพื่อส่งสินค้าไปแดนใต้เช่นมาเลย์ สิงค์โปร์

ได้ความดังนั้นแล้ว ทรพีแผ่นดินจึงใช้ให้ไอ้มาร์คกระสันไปต่อรองกับพม่า โดยนำความช่วยเหลือไปอ่อยเหยื่อหลายอย่าง นอกจากวงเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยจำนวนหลักหมื่นล้านแล้ว

หนึ่งในนั้นก็คือการยอมให้เกาหลีเหนืออาศัยแผ่นดินไทยเพื่อสร้างโรงงานนิวเคลียร์ให้พม่าแถบชายแดน เพราะฝั่งพม่านั้นค่อนข้างเสี่ยงจากชนกลุ่มน้อย(แถบราชบุรีและกาญฯ)ซึ่งเรื่องนี้ เสธ.แดงเคยเอาข้อมูลมาแฉในเวปบอร์ดเสธ.แดงมาแล้ว ว่า โรงงานนิวฯดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตขีปนาวุธฯ หาใช่โรงงานไฟฟ้าดั่งที่พม่าแถลงไม่

ฝ่ายพม่าก็เห็นว่า มีแต่ได้กับได้ จึงทำเป็นยอมในเรื่องนี้ ส่วนรถไฟความเร็จสูงก็ไม่ต้องห่วง เพราะมีมหาอำนาจอีกประเทศเสนอสร้างให้ฟรี เพื่อแลกกับการลงทุนทางด้านพลังงานในพม่าประเทศที่ว่า คือ ยุ่นปี่ ญี่ปุ่น

ทีนี้แหละ มหาอำนาจไทยแลนด์แดนตอแหลมีหวัง ต้องเป็นเบี้ยล่างพม่าทางการทหารไปจนกว่าเจ้าของประเทศจะตายห่าทั้งโคตรนั่นแหละ

ทุกวันนี้ กองทัพไทยก็แหยงพม่าแบบสุดๆอยู่แล้ว ดั่งคำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาค 3 ที่บอกว่า "ไทยรบกับเขมรแค่ F 16 ฝูงเดียวก็เรียบร้อย แต่กับพม่าไม่แน่ฯ"

แถมอีกนิดติดลมบน

มีข่าวไม่ได้กรองเล่าสู่กันฟังว่า F 16 ลำที่เสียบภูเขาที่จังหวัดตากนั้น หากใช่เป็นอุบัติเหตุธรรมดาของเครื่องบินรบ แต่ทว่า งานนี้มาจากกรณี วิคเตอร์บูธ ที่หมีขาวต้องการข่มลุงแซมว่า ภูมิภาคนี้ไม่ใช่ของมันคนเดียว เล่นกับใครไม่เล่น ดันเล่นกับเจ้าพ่อห้วงอวกาศ???

และช่วงนี้ใครมีภาระกิจต้องบิน ควรห่างสายการบินเจ้าจำปีเข้าไว้










 
บันทึกการเข้า
แฟนเดฟ
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 340


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 03:14:07 PM »

บันทึกการเข้า
payai97
ตาสว่าง
****

Karma: +7/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,072


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2010, 04:19:53 PM »

ขอขอบคุณคุณ ice angel
ขอขอบคุณคุณภูชี้ฟ้า จขกท.
และขอขอบคุณคุณแฟนเดฟ
ที่นำข้อมูลข่าวสารมาให้อ่าน

ลำพังตัวป้าเองถ้าเข้าเล่นเวบไหนแล้ว
จะสถิตย์อยู่เวบนั้นยาวทั้งวันทั้งคืนไปเลย
โดยที่ไม่ได้คลิกไปอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์

จึงได้อาศัยอ่านจากทุกท่าน ที่นำมาให้อ่านนี่แหละค่ะ
โดยเฉพาะเรื่องนี้มีผลกระทบกับประชาชนโดยตรง
ทั้งกระทบในทางบวกและกระทบในทางลบ

กระทบในทางบวกคือ คนไทยมีขนส่งมวลชนทางเลือกมากขึ้น
กระทบในทางลบคือ ประชาชนต้องแบกรับหนึ้สาธารณะมากขึ้น
ทำให้ต้องจ่ายภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมมากขึ้นตามไปด้วย

และยังต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติอีกมากโขเลยทีเดียว
เพราะต้องแผ้วถางป่าไม้ ระเบิดภูเขา ไว้ทำทางรถไฟที่จะมีขึ้น

สว.พูดถูกต้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โต ใช้เงินมากมายมหาศาล
ที่สำคัญหากมีการสร้างให้ฟรี
งานนี้จีนเก็บเงินรายได้เอาเองอย่างแน่นอน
เฉกเช่นเดียวกับถนนเส้นทางมอเตอร์เวย์ยังไงยังงั้น

แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลทำแบบสุกเอาเผากิน เหมือนเล่นขายของ
ไม่มีผลการศึกษาในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดตามมา
และความเสี่ยงต่างๆ มาพิจารณาคู่ขนานกันเลย

ก็ขอเอาใจช่วยให้เหล่า สว.ทำงานปกป้องผลประโยชน์
ของประเทศและประชาชน เอาผลงานมาโชว์ได้สำเร็จ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: