หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ย้อนอดีตครั้งเขมรแตก..เข้ามาเขตไทย..คนเขมรหนีเสือมาปะจรเข้ไทย.!!!  (อ่าน 1637 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ป้าพลอย
ตาสว่าง
****

Karma: +32/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,328


« เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 10:40:25 PM »

วันนี้ป้าพลอยจะขอเล่าย้อนอดีตเกี่ยวกับประเทศเขมรเท่าที่ได้ทราบมา ซึ่งตอนนั้นป้าพลอยอายุแค่ 20 ต้นๆเห็นจะได้ เนื่องจากจังหวัดที่อยู่ติดเขตแดนเขมร ดังนั้นเรื่องราวของเขมรจึงเข้าหูแต่ก็ได้ไม่ใส่ใจนัก  เพราะคนที่อายุแค่ 20 สนใจเรื่องการเรียนของตนมากกว่าที่จะมาสนใจเรื่องของเขมร แต่ก็พอจะเล่าให้ฟัง ถึงแม้บางอย่างอาจคลาดเคลื่อนไปบ้างต้องขอประทานอภัยด้วยคะ

 สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นในเขมรระหว่างรัฐบาลจำได้ว่าเป็นนายพลลอนนอลและเขียวสัมพันธุ์ สองท่านนี้ใครเป็นผู้นำและใครเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ทราบเช่นกัน อีกฝ่ายหนึ่งคือนายพอลพจน์เจ้าพ่อหัวหน้าเขมรแดงผู้โหดเหี้ยม  แต่จะขอเล่าจับประเด็นตอนที่เขมรแตก ที่นายพลลอนอลหนีเข้าเขตประเทศไทยด้านอำเภอโปร่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรี แล้วไปใหนต่อนั้นไม่มีใครพูดถึง หลังจากนายพลลอนนอลหนีออกประเทศแล้ว

 ฝ่ายทหารแดงพอลพจน์ก็ยังปักหลักสู้กับทหารของรัฐบาลเขมรคิดว่าเป็นนายเขียวสัมพันธุ์เป็นผู้นำนะไม่แน่ใจ ทหารและประชาชนเขมรต้อง ถอยร่นเข้าเขตชายแดนไทย จากจังหวัตราด จังหวัดจันทบุรี จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ก่อนที่กรุงพนมเปญ แตกนั้นทหาเขมรแดงก็ได้จับชาวเขมรของตนฆ่าอย่างไร้ความปราณี

 ฆ่าจำนวนล้านคนจับมาขังคุกทรมานไล่จับคนเขมรที่มีความรู้ พวกครูอาจารย์ต่างๆที่หนีไม่ทัน ก็โดนทหารเขมรแดงฆ่าตายเรียบ  ลูกเล็กเด็กแดงฆ่าไม่เหลือ คนเขมรที่หนีรอดเข้ามาในเขตแดนไทยกันมากมาย ขนเอาข้าวของหอบกันอพยพเข้ามาไทย มีทั้งรถจักร์ยานยนต์ รถยนต์ อาวุธสงคราม ทองคำ พลอยต่างๆ เพราะเมืองไพลินของเขมรที่ติดกับจันทบุรีและตราดนั้นเป็นเหมืองพลอย

 ซึ่งพลอยแดงจากเมืองไพลินคุณภาพไม่แพ้พลอยแดงจันทบุรี ตราด แต่นั่นแหละคนเขมรหนีเสือมาปะจรเข้  เข้ามาเขตไทยโดนนักฉวยโอกาสไทยฉกสิ่งของคนเขมรไปอย่างหน้าตาเฉย แล้วคนพวกใหนคุณทราบไหม? ก็พวกคนมีสีนั่นแหละที่กระทำ ข่าวนี้ร่ำลือกันไปทั่วทุกจังหวัดที่มีเขตแดนติดเขมร ป้าพลอยก็ได้แต่ปลงอนิจจัง

ว่าทำไมคนไทยเราถึงโหดขนาดนี้ ที่ไปลอกคราบคนเขมรซะล่อนจ้อน ทั้งที่เขาเดือดร้อนมาพึ่งเรา เขามากันทั้งครอบครัว แล้วเขาจะเอาอะไรประทังชีวิตละ ไล่ให้เขาไปอยู่ในที่อพยพยึดสิ่งของที่เขาติดตัวมาหมด ตอนนั้นพวกฉวยโอกาสล่ำซำมาก ได้รถจักร์ยนต์ใหม่ๆรถยนต์ใหม่ๆมาใช้โดยไม่ต้องซื้อ ปืนอาก้าร์ ปืนสงคราม ของทหารเขมร ที่หนีเขมรแดงเข้ามาเขตไทยโดนปลดอาวุธหมด

ตอนนั้นรถจักร์ยานยนต์ รถยนต์ เขาตั้งชื่อกันว่า..รถอีหยิบ..ยังจำได้ ถ้าชื่อนี้หมายถึงรู้กันว่ารถนี้ได้มาจากใหน แถมเอามาขายกันอย่างโจ่งแจ้งไม่อายฟ้าดินนี่คือเรื่องหน้าอายสำหรับเราคนไทย คนแถวหมู่บ้านป้าเขาไปดูเขมรอพยพกัน เขามาชวนให้ป้าพลอยไปดูด้วยแต่ป้าไม่ไป

 หลังจากคนเขมรพากันอพยพหนีตายจากเขมรแดงเข้ามาไทยแล้ว ฝ่ายทหารรัฐบาลก็สามารถยึดเอาพื้นที่เมืองพนมเปญคืน และไล่ล่าทหารเขมรแดงมาจนติดเขตแดนไทย ซึ่งในภูมิประเทศในแนวตระเข็บชายแดนไทยส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา พวกเขมรแดงพอลพจน์จึงปักหลักอยู่กันในป่าสู้กับทหารรัฐบาล ทุกๆวันป้าพลอยจะได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงต่อสู้กันอย่างน่ากลัว

นี่คือเรื่องราวที่เล่าอย่างเคร่าๆที่รู้มาจากปากชาวบ้านในสมัยนั้น หลังจากมาอยู่ยังยุโรปได้เห็นสารคดีเกี่ยวกับเขมรในจอทีวี จึงตกตลึกว่าทำไมเขมรแดงจึงได้ใจอำมหิตได้ขนาดนี้  กระดูกและหัวกระโหลกคนเขมรที่ถูกพอลพจน์ฆ่าตายสุมกันสูงเหมือนภูเขา ถูกเก็บใว้ในพิพิธภัณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้นเป็นอนุสาวรีย์ เอาใว้ให้ลูกหลานของคนเขมรได้เห็นได้รับรู้ถึงความใจอำมหิตของคนเผ่านี้

คนเราทำชั่วมันก็หนีความตายไม่พ้น ตอนหลังทราบว่านายพอลพจน์ก็มีโรครุมเร้าต้องทรมานสังขาร์เพราะกรรมทีก่อใว้ และแล้วก็เสียชีวิตลงเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ทีวียุโรปได้ฉายให้ดู  เผานายพอลพจน์ในหมู่บ้านทหารเขมรแดงนั่นเองโดยไม่มีญาติพี่น้องมาร่วม

 นี่คือคนใจชั่วก่อกรรมทำเวรให้ผู้อื่น ก็ไม่พ้นต้องตายอย่างไร้ญาติขาดมิตร ตายอย่างสุนัขข้างถนนตัวหนึ่ง ต้องไปใช้กรรมในขุมนรก  หลังจากนายพลพจน์ตายแล้วกำลังเขมรแดงคงเสื่อมลง และก็คงถอดหน้ากากเอาตัวรอดต่างคนต่างไป ไม่ได้ข่าวอีกเลยในต่างประเทศ

 เมื่อทหารเขมรแดงหมดฤทธิ์เดช  คนไทยหัวใจรักชาติก็แผงฤทธิ์ออกมาข่มเขมรดังที่เห็น เสียดายนะอยากให้เขมรแดงจับไปเชือดให้เหลือแต่กระโหลกดังเช่นคนเขมร เรื่องราวสั้นๆก็จบแค่นี่แหละคะ ขอบคุณที่สนใจเข้ามาอ่าน...
บันทึกการเข้า
สามชุก
ตาสว่าง
****

Karma: +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 798


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 03:09:37 PM »

ป้าพลอย รุ่นเดียวกับสามชุก จำได้แม่น ตลาดค้าของเถื่อนคึกคักสุด ๆ อบายมุขเบ่งบานเหมือนดอกทานตะวัน
บันทึกการเข้า
ป้าพลอย
ตาสว่าง
****

Karma: +32/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,328


« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 03:49:03 PM »

ใช่แล้วคุณสามชุก สมัยนั้นคนไทยที่ค้าขายตามชายแดนร่ำรวยกันมาก แถวโรงเกลือและหมู่บ้านแถบอำเภอโปร่งน้ำร้อน
ที่ติดเขตเขมร โอ้โฮ.มีเครื่องเฟอร์นิเจอร์ของเขมรทำใหม่ๆอื้อซ่า สวยๆทั้งนั้นตอนนั้นไม่แพงมากมีเงินแค่หมื่นก็ซื้อได้หลายอย่าง เพราะเขมรเล่นโค่นป่าเอาไม้มาทำเครื่องเรือน คนไทยที่หัวดีก็ไปซื้อมาขายกัน ตอนหลังทหารรู้เข้าแมร่งดัก
ตรวจแล้วกินค่าปิดปาก555 ว่าขนของเถื่อน แต่ก่อนจะโดนตรวจถูกขนออกมาก่อนมากมาย ไอ้คนที่สั่งให้ทหารดักตรวจนะกินพุงกางเลย เสียดายป้าซื้อไม่ทัน แต่คนแถวหมู่บ้านซื้อกันใว้ มีทั้งโต๊ะเก้าอี้ เตียงนอน เตียงนั่งเล่น เป็นไม้เต๊ง ไม้แดง
ไม้มะค่า แข็งแรงทนทาน เดี๋ยวนี้ก็ยังมีขายแต่ราคาสูงดับบิ้ลเลย ไปด้อมๆมองๆมาแล้ว แต่ไม่กล้าเสี่ยงโดนจับว่าซื้อของ
เถื่อน คุณสามชุก ไปด้อมๆมองๆสินค้าแถวโรงเกลือบ้างหรือเปล่า? ว่าจะไปสักหน เห็นว่ามีของขายเยอะนี่
บันทึกการเข้า
tonovski
รู้ทัน
**

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 07:13:31 PM »

เมื่อก่อนผมเคยได้ยินคนพูด..เจองูกับแขก..ให้ตีแขกก่อน....
ตอนนี้แขกต้องถามกลับว่า..ถ้าเจอแขกก่ะไทยจะตีใครก่อน...5555...
บันทึกการเข้า
สามชุก
ตาสว่าง
****

Karma: +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 798


« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 09:00:55 PM »

นักค้าพลอยชาวไทยและเขมรที่ลอบไปขนมา ใส่กระบอกไม้ไผ่ ซ่อนในจักรยาน ทหารจับได้เอาตัวฝังไว้ในดินโผล่แค่หัว แล้วให้พวกมี่เหลือไปเอาเงินมาไถ่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: