หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อำนาจอธิปไตยเป็นของใคร ?  (อ่าน 1417 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,188



« เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 08:39:53 AM »

กระทู้นี้มีความคิดเห็นอยากถามผู้รู้ว่า
ปัจจุบันประเทศไทยของเรา อำนาจอธิปไตยเป็นของใคร ?
ใครมีอำนาจสั่ง อำนาจแก้ไข อำนาจบริหาร ? เป็นบุคคลบางคน
คณะบุคคล หรือ กลุ่มคนมาเฟีย หรือแค่คนคนเดียวก็สั่งได้

ประชาชนอย่างเราจะลุกขึ้นมาสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญ อย่างจริงจัง
สนใจที่จะแก้ไขที่มาของอำนาจ
ทั้ง 3 อำนาจ 1.อำนาจนิติบัญญัติ 2.อำนาจบริหาร 3.อำนาจตุลาการ

แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับการได้มาตามจุดมุ่งหมายของ "การได้อำนาจอธิปไตยไทย"
ก่อนที่เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2475

ประชาชนอย่างเรา ราษฏรอย่างเรา สนใจที่จะบัญญัติคำ
ความหมายที่ประชาชนอย่างเรา ราษฏรไทย อ่านแ้ล้ว ฟังแล้วเข้าใจคำและความหมาย
บัญญัติคำอย่างง่าย ไม่ต้องให้มานั่งตีความวุ่นวาย
กะอีแค่ตีความหมายพื้นฐานยังทำกันไม่ได้.....ต้องส่งเรื่องให้กฤษฏีกาตีความยันเต
จนมองดูแล้วกลายเป็นการเตะถ่วง เรื่องบริหารประเทศแท้ๆ กลายเป็นเรื่องบริหารการเมืองไปซะฉิบ


ทั้งนี้ทำเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม
ราษฏรไทยอย่างเรา ประชาชนไทยอย่างเรา
จะสามารถแก้ไขได้ไหมเนี่ย ?


อ้างถึง
ข้าพเจ้า (ร.7 )มีความเต็มใจ ที่จะสละอำนาจ อันเปนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้า ให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี แปลความหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า
และเพื่อให้อ่านง่ายเลยแบ่งเป็นข้อให้อ่าน



1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย
กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้

2.รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ

3.ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 18 ฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 อันแสดงให้เห็นถึงความขาดเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ
4. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

5.รัฐธรรมนูญไทยระบุว่าประเทศไทยมีรูปแบบรัฐเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (เขียนว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) กำหนดให้มีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ปัจจุบัน ประเทศไทยใช้ระบบสองสภา แตกต่างจากในอดีตที่ใช้ระบบสภาเดี่ยว รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับกำหนดให้ผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งและการแต่งตั้งแตกต่างกันไป เช่นเดียวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

ที่สำคัญเรามีรัฐธรรมนูญจำนวนหมวดจำนวนข้อมากมายนั้น
ราษฏร์ หรือ ประชาชนชาวไทย
สามารถนำมาปฏิบัติใช้งานกันได้จริงหรือไม่ ?


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

ปล.ตอนนี้ขอแปลความหมายคำว่า "อำนาจอธิปไตยไทยเป็นของราษฏรไทย ปวงชนชาวไทย ประชาชนชาวไทย"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 17, 2011, 08:52:01 AM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,188



« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 08:58:19 AM »

ทั้งนี้มีความเห็นให้ กลุ่มคนไทยที่เคลื่อนไหวทางการเมืองช่วยกันคิดหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ช่วยกันบัญญัติคำความหมายที่อ่านแล้วฟังง่ายเข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความ

นำเสนอเป็นแนวคิดของประชาชนเพื่อนำไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่งผ่านไปยัง พรรคการเมือง เพื่อจัดทำแก้ไข แก้ไขกฏหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แก้ได้ทุกหมวดมาตรา

ตอนนี้พรรคการเมือง จะต้องนำเสนอแนวทางใน 2 ภาคส่วนหลัก คือ แนวนโยบายแก้ไขการบริหารเศรษฐกิจ
พัฒนาประเทศ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องนำเอามาใช้ร่วมกันทั้งประเทศ ทั้งคุณและฉันต้องใช้มัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 17, 2011, 09:07:26 AM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,188



« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 09:06:25 AM »

ปล.มีเรื่องสนุกๆ ให้คิด...ถ้ามีปัญหาคัดค้านกันมากๆ จะรณรงค์เสนอให้ประชาชน ราษฏรเต็มใจเสียภาษีอากร
โดยให้ประชาชนเลือกว่า จะนำภาษีที่ต้องเสียแต่ละปีไปให้อำนาจส่วนเฉพาะ ดีไหมเนี่ย

เช่น ภาษีของข้าพเจ้าขอยกเงินได้ในการบำรุงบริหารให้แต่เพียงอำนาจบริหารแต่เพียงอำนาจเดียว อิอิ

 0f1eff50

บันทึกการเข้า
m14
ตาสว่าง
****

Karma: +17/-9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,503


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 03:14:32 PM »

ใช่ ร7  อาจจะพูดอย่างนั้น  ฮาๆๆๆแต่ไม่ได้หมายถึงเวลาต่อมาจะมีการพูดซ้ำ  ////ส่วนเรื่องถาษีเห้นด้วยครับไม่อยากจ่ายถาษีไปเลี้ยงคนแก่(บางคน)  เหมือนกับโดนปล้นเงินทุกๆมีนาคมเลย
บันทึกการเข้า
Zs0
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 17, 2011, 05:47:03 PM »

การที่ มีรัฐธรรมนูญหลายสิบฉบับไม่ใช่เพราะ ภาษา กติกา การตีความ ความจริงมีนิดเดียวคือ
รัฐธรรมนูญฉบับ2475 ได้ระบุเจตนารมณ์ชัดเจนแล้ว และอำนาจเป็นของประชาชนตามเจตนารมณ์

แต่เมื่อ มารได้อวตารมาในร่างของเทพสำเร็จ การเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับปรุง โดยมีสุนักข์รับใช้(
ศัพย์โบราณ) ในยุคหลังๆ ค่อยๆคลาย ทีละปม ทีละเปาะ รวมทั้งการสอดใส้แบบใส่รายละเอียด
แต่ไม่ลงลึก ไม่เจาะจง ทำให้ต้องมีการตีความ แล้วพวกนี้ก็แปลงร่างไปเป็น คนตีความ จนสุดท้าย
ก็ลงเอยอย่างที่พวกเขาได้วางแผนไว้
ส่วนชาวบ้านทั่วไป มัวแต่ทำมาหากินเพื่อหาเงินมาเสียภาษี ไม่ได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด กว่าจะรู้ว่า
มันชักไม่ชอบมาพากล ก็ตอน ตาถลน กับ กฏหมายกดหัวแบบแปลกๆ

กฏหมาย ถึงมี ก็เหมือนไม่มี ตราบใดที่การตีความ ตามอารมณ์ อำนาจ และ อาวุธ
นักกฏหมายโดยปกติก็เป็นที่กังขาในด้านจริยธรรมอยู่แล้ว เมื่อ รับใช้เพื่อเสพอำนาจและเงินตรา จึง
เป็น อมนุษย์ที่น่ารังเกียจ ชิงชัง จึงต้องมีนักกฏหมายที่ยังมีความเป็นคนเหลืออยู่ มาoff set
ภาพที่เห็นกฏหมายจึงกลายเป็นความสับสน วุ่นวาย ไม่เป็นธรรม
อยากให้กฏหมาย เป็นกฏหมาย ต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย ไม่มีอภิสิทธิ์ชน ต้องมีมาตรฐานเดียว

ส่วนวิธีการอื่นๆ ถือว่าสูตรใครสูตรท่าน หาความสำราญตามถนัด ด้อยความสามารถที่จะแนะนำ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: