หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เจอกลุ่ม"บ้านลึก (ไม่) ลับ" ใกล้จุดฮ.ตก  (อ่าน 25833 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 09:42:56 AM »

เจอกลุ่ม"บ้านลึกลับ" ใกล้จุดฮ.ตก :จากข่าวสด
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdORE13TURjMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOeTB6TUE9PQ==

เจอกลุ่ม"บ้านลึกลับ" ใกล้จุดฮ.ตก

กล้องดาวเทียม พบบนยอดเขา ปลูกสร้างถาวร โดดๆน่าพิศวง! ไม่ไกลที่ 2ลำตก

ลึกลับ - ภาพถ่ายดาวเทียม จุดที่ฮ.ฮิวอี้-แบล็กฮอว์กตกในเขตพม่าติดป่าแก่งกระจานของไทย เมื่อใช้กล้องดาวเทียมที่มีความละเอียดสูงตรวจสอบ พบสิ่งปลูกสร้างลึกลับอยู่ห่างจากจุดที่ฮ.ฮิวอี้ตกแค่ 500 เมตรเท่านั้น

เปิดภาพถ่ายดาวเทียมจุด ฮ.ฮิวอี้-แบล็กฮอว์กตกบริเวณชายแดนไทย-พม่า ติดป่าแก่งกระจาน พบจุดน่าสงสัยมีสิ่งปลูกสร้างอยู่บนยอดเขาสูงนับพันเมตร ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ ห่างจากจุด ฮ.ฮิวอี้ตกแค่ 500 เมตร เป็นอาคารถาวรหลังคามุงกระเบื้อง สีส้ม 8-9 หลัง และการถางป่าเป็นที่โล่งวงใหญ่ใกล้กันอีก 2 จุด ตัดถนนเชื่อมต่อด้วย กมธ. ทหารวุฒิสภาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุ ฮ.ทั้ง 3 ลำตก ด้านโฆษกทบ.อ้างผบ.ทบ.ไม่ได้ยัวะสื่อ แค่ต้องการให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง ชาวบ้านนบพิตำจัดพิธีทำบุญรำลึกนายทหารเหยื่อแบล็กฮอว์ก หลังเคยช่วยเมื่อเหตุดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายผ่านดาวเทียม ซึ่งมีความละเอียดชัดเจนมาก เป็นภาพบริเวณพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็กฮอว์กตก เป็นพื้นที่ของประเทศพม่าที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศไทย เมื่อกล้องดาวเทียมซูมเข้าไปดูในระยะใกล้พบสิ่งผิดปกติ 3 แห่ง

โดยจุดแรกเป็นพื้นที่ป่าไม้ถูกถางเป็นที่ว่าง อยู่บนสันเขาลูกเดียวกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตก ไปทางทิศใต้ ห่างจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตกประมาณ 500-600 เมตร บริเวณรอบของพื้นที่ว่างดังกล่าวได้ถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้รกทึบ ซึ่งประชาชนหรือชาวบ้านทั่วไปยากที่จะเดินทางเข้าถึงได้ ภายในพื้นที่ว่างดังกล่าวพบเป็นสิ่งปลูกสร้างประมาณ 8-9 หลังคาเรือน ต่างจากบ้านพักของชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะหลังคามุงใบจากหรือใบหญ้า แต่ที่น่าสังเกตคือบ้านพักบางหลังมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูมั่นคง มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีส้ม ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะหากเป็นบ้านพักของชนกลุ่มน้อยจะต้องเป็นหลังคาที่ทำจากใบไม้หรือหญ้าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จุดที่สองเป็นพื้นที่ว่างถูกตัดถางป่าไม้เป็นลักษณะวงกลมขนาดเล็กกว่าจุดแรก ห่างไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 เมตร เมื่อกล้องดาวเทียมซูมเข้าไปดูในระยะใกล้จะพบเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรืออะไรที่ผิดปกติ โดยพื้นที่ว่างจุดแรกมาถึงจุดที่สองมีการสร้างถนนตัดผ่านและเชื่อมต่อกัน ส่วนจุดที่สามเป็นจุดที่น่าสังเกต เนื่องจากมีพื้นที่ป่าถูกโคนเป็นบริเวณกว้างมาก มีถนนตัดเชื่อมกับจุดที่สองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือไม่ถึง 100 เมตร จุดนี้อยู่บนสันเขาเดียวกันกับจุดแรกที่พบการสร้างสิ่งปลูกสร้าง

นอกจากนี้บริเวณจุดที่สามยังอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตก รวมทั้งบริเวณทิศใต้ของพื้นที่ว่างจุดที่สามยังพบการตัดถนน 2 เส้นทาง โดยเส้นทางแรกจะเชื่อมต่อมายังจุดพื้นที่ว่างที่สอง และอีกเส้นทางจะถูกตัดเป็นถนนที่ใช้ลงจากภูเขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพิจารณาจากภาพผ่านดาวเทียมจะพบว่าพื้นที่รอบๆ ของจุดต้องสงสัยทั้ง 3 ไม่พบร่องรอยผู้คนอยู่อาศัยเลย ดังนั้น สิ่งปลูกสร้างซึ่งมาอยู่บนสันเขาป่าทึบ โดยมีความสูงไม่ต่ำกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล จึงเป็นเรื่องผิดปกติอย่างแน่นอน โดยภาพถ่ายดังกล่าวมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) แต่มีความละเอียดของภาพน้อย เห็นแค่จุดขาวๆ 3 จุดบนสันเขาดังกล่าว แต่เมื่อดูผ่านกล้องดาวเทียมจริงที่มีความละเอียดของภาพสูง จะเห็นสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอย่างชัดเจน

วันเดียวกัน พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.ชุมพร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา เปิดเผยว่า วันที่ 2 ส.ค.นี้ทาง กมธ.ทหาร วุฒิสภา จะเตรียมลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมนายทหารที่บริเวณหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบถามถึงข้อมูลและข้อเท็จจริง ภายหลังเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตกที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึง 3 ลำติดต่อกัน เบื้องต้นได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้ว โดยจะนำเงินช่วยเหลือไปมอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการมองว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แสดงอารมณ์ไม่พอใจสื่อมวลชนในการชี้แจงเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่เชื่อมโยงกับการทุจริตจัดซื้ออาวุธยุทโธ ปกรณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีอารมณ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่จะให้ความสำคัญกับประชาชนในเรื่องของข้อเท็จจริงต่างๆ ปกติ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่ายและในฐานะที่ ผบ.ทบ.เป็นหัวหน้าหน่วย ของกองทัพบก เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่อาจส่งผลเสียต่อกองทัพจึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจง เพื่อให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน หากประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จอาจทำให้กองทัพได้รับความเสียหาย แม้บุคลิกของพล.อ.ประยุทธ์อาจดูเหมือนเป็นคนเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด แต่ทหารทุกคนรู้ว่า โดยพื้นฐานเป็นคนที่จิตใจโอบอ้อมอารี รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นห่วงลูกน้องทุกคนอย่างที่สุด

พ.อ.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ขณะนี้พล.อ. ประยุทธ์แสดงความเป็นห่วง 2 เรื่อง คือ
1.เรื่อง การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความจริงต่างๆ ต่อประชาชน รวมทั้งเป็นห่วงต่อข้อคิดเห็น โดยเฉพาะที่มองว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมรับข้อมูลหรือข้อเท็จจริง แต่ความจริงพล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมด และต้องการสื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลและข้อเท็จจริงด้วย เพราะห่วงว่าข่าวสารที่ออกมาอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งสื่อจะสังเกตได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์พยายามตอบคำถามสื่อมวลชนทุกคำถาม 2.ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์สั่งการไปยังหน่วยแพทย์ในสังกัดกองทัพบก และค่ายทหารต่างๆ ในพื้นที่ ให้ดูแลขวัญกำลังใจและสุขภาพของผู้บาดเจ็บ รวมถึงญาติผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก นอกจากนี้ต้องดูแลนักบินของ กองทัพบกและศูนย์การบิน เพื่อให้นักบินเกิดความมั่นใจว่าร่างกายของนักบินมีความพร้อมปฏิบัติภารกิจได้

จ.กาญจนบุรี เวลา 10.00 น. ที่วัดทุ่งลาดหญ้า ต.ลาดหญ้า อ.เมือง ญาติและกองกำลังพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์จำนวนมาก ร่วมกันทำบุญเลี้ยงพระ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพล.ต. ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ และร.อ.เจตน์ สุดใจ รองผบ.ร้อยลาดตระเวนระยะไกล 9 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์กตก โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 16.00 น.

นอกจากนี้ ที่วัดเบญจพาด ต.พังตรุ อ.พนม ทวน ญาติและเพื่อนทหาร ร่วมกันจัดงานทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พนักงานวิทยุโทรเลข สังกัดร้อย. ลว.ไกล 9 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น.

ต่อมาเวลา 17.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) มีช่วงข่าวพิเศษที่ใช้ชื่อว่า "เทปจากแบล็กฮอว์ก งานสุดท้ายของ ศรวิชัย คงตันนิกุล" โดยมีการนำภาพถ่ายที่นายศรวิชัยบันทึกไว้ก่อนที่ แบล็กฮอว์กจะขึ้น จนถึงช่วงเวลาที่เฮลิคอปเตอร์ ตกลงมา ซึ่งช่วงแรกของรายการเป็นการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องวิดีโอ ที่นำกล้องวิดีโอของนายศรวิชัยที่บันทึกภาพไว้มาซ่อมแซม

สำหรับภาพสุดท้ายที่นายศรวิชัยบันทึกไว้ เริ่มตั้งแต่เวลา 09.20 น. วันที่ 19 ก.ค. เป็นภาพพล.ต.ตะวันนั่งแถลงข่าวอยู่ในห้องประชุม เพื่อชี้แจงถึงการนำศพทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตกออกจากป่าแก่งกระจาน ซึ่งภาพกระตุกเป็นระยะๆ ก่อนจะตัดมาเป็นภาพเจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังรับฟังข่าวจากวิทยุสื่อสารภายในห้อง จากนั้นเวลา 10.15 น. พล.ต.ตะวันพูดคุยกับนายทหารที่เกี่ยวข้องถึงการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ เวลา 11.00 น. ทหารที่จะขึ้นไปปฏิบัติการรับแจ้งว่าอากาศปิด และเวลา 11.15 น. พล.ต.ตะวันกำลังพูดคุยกับนายทหารคนหนึ่งถึงการปฏิบัติการครั้งนี้

จากนั้นตัดภาพเป็นบรรยากาศภายใน แบล็กฮอว์กขณะกำลังนำเครื่องขึ้นบิน ก่อนจะตัดภาพขณะที่แบล็กฮอว์กกำลังบินผ่านป่าและภูเขา โดยยังมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ จากนั้นแบล็กฮอว์กบินเหนือป่าแก่งกระจาน ซึ่งสภาพอากาศเปิดอยู่ ต่อมาขณะแบล็กฮอว์กกำลังบินหาจุดเป้าหมายก็เริ่มมีเมฆลอยปกคลุมบนเขามากขึ้น และได้จับภาพมาในเครื่องขณะพล.ต. ตะวันกำลังชะโงกออกมาหาเป้าหมายด้านล่าง ก่อนเป็นภาพของสภาพอากาศที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น และแบล็กฮอว์กกำลังพยายามบินวนหาจุดเป้าหมายอีกครั้ง โดยสภาพภายนอกยังมีเมฆ มากเช่นเดิม จากนั้นเป็นภาพนักบินหาพิกัดของเป้าไม่พบและมีเมฆลอยอยู่จำนวนมาก ก่อนที่ภาพจะตัดหายไป

ที่จ.นครศรีธรรมราช เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนนบพิตำวิทยา อ.นบพิตำ ชาวบ้านในพื้นที่ประมาณ 1,000 คน จัดพิธีทำบุญและบริจาคเงินอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตและช่วยเหลือครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในอ.แก่งกระจาน เนื่องจาก หนึ่งนายทหารที่เสียชีวิตคือ พ.ต.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน นักบินที่ 1 เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก เคยมาช่วยเหลือชาวบ้านในอ.นบพิตำ เมื่อครั้งประสบภัยดินโคลนถล่มในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพล.ต.เดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในงาน

พระครูภัทรธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเหล็ก ม.2 ต.นบพิตำ ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ในนามของวัดถ้ำเขาเหล็กและชาวนบพิตำ ขอร่วมไว้อาลัยสดุดีกับทหารทุกนายที่พลีชีพเพื่อหน้าที่และประเทศ โดยอยากให้ทุกคนนึกภาพในวันที่ทหารเหล่านี้ออกมาช่วยประชาชน อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยจนประชาชนมีชีวิตรอดปลอดภัย แต่อีกวันหนึ่งทหารคนเดิมกลับกลายเป็นศพที่อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยไปแล้ว ดังนั้น อาตมาเชื่อว่า ชาวนบพิตำคงจะไม่ลืมความกล้าและไม่ลืมทหารเหล่านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับทหารไม่มีใครจะมาแยกออกได้

พระครูภัทรธรรมาภรณ์ กล่าวต่อว่า ช่วงที่เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กมาปฏิบัติหน้าที่ในอ.นบพิตำ อาตมาและชาวบ้านหลายคนถูกนำมาส่งที่ลานเฮลิคอปเตอร์แห่งนี้ โดยช่วงนั้นเกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้เฮลิคอปเตอร์เสียการทรงตัวและตกระดับลงไปกว่าร้อยเมตร แต่นักบินสามารถประคองเครื่องไว้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวนบพิตำ แม้ทหารทั้งหมดจะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ก็เสมือนเป็นญาติพี่น้องในครอบครัวของเรา

ด้านนางเพียร เมฆใหม่ อายุ 60 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.นบพิตำ กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ตกคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเครื่องที่เคยมาช่วยชาวบ้าน หลังจากทราบข่าวและเห็นภาพพ.ต.ประพันธ์ปักธูปลงพื้นไม่ได้ ชาวบ้านนบพิตำถือว่าเป็นลางร้ายและควรห้ามไม่ให้บินต่อไป ในที่สุดก็เกิดความสูญเสียขึ้น โดยตอนยังหาเฮลิคอปเตอร์ที่ตกไม่พบ ชาวบ้านทุกคนช่วยกันภาวนาให้ทหารและช่างภาพปลอดภัย แต่เมื่อพบแล้วทุกคนก็เสียใจและภาวนาให้ทุกคนบนเครื่องไปสู่สัมปรายภพ

หน้า 1
----------
ตามที่เห็นและเป็นไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2011, 09:49:59 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 09:58:37 AM »

อีกข่าว
...
จุด"แบล๊กฮอว์ก"ตก พบ"บ้านพัก"ปริศนากลางอุทยานฯแก่งกระจาน คาดไม่ใช่ของชนกลุ่มน้อย มีถนนตัดเชื่อม
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1311945141&grpid=00&catid=&subcatid=

จุด"แบล๊กฮอว์ก"ตก พบ"บ้านพัก"ปริศนากลางอุทยานฯแก่งกระจาน คาดไม่ใช่ของชนกลุ่มน้อย มีถนนตัดเชื่อม

วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เวลา 09:00:56 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศบริเวณพื้นที่ป่าสงวนฯและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี บริเวณจุดใกล้เคียงกับเฮลิคอปเตอร์รุ่นฮิวอี้ และเฮลิคอปเตอร์รุ่นแบล๊กฮอว์กของกองทัพบกเกิดอุบัติเหตุตก ทำให้ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) และคณะเสียชีวิตรวม 14 นาย เป็นพื้นที่ของประเทศพม่าที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศไทย พบสิ่งผิดปกติ 3 แห่ง โดยจุดแรกเป็นพื้นที่ป่าไม้ถูกถางเป็นที่ว่างอยู่บนเชิงเขาลูกเดียวกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้ตก มีระยะห่างจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกประมาณ 200 เมตร บริเวณรอบของพื้นที่ว่างดังกล่าวถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้รกทึบ ประชาชนทั่วไปยากที่จะเดินทางเข้าถึงได้ ภายในพื้นที่ว่างดังกล่าว พบเป็นสิ่งปลูกสร้างประมาณ 8-9 หลังคาเรือน ต่างจากบ้านพักของชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะหลังคามุงใบจากหรือใบหญ้า แต่ที่น่าสังเกตคือ บ้านพักบางหลังมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูมั่นคง มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีส้มถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะหากเป็นบ้านพักของชนกลุ่มน้อยจะต้องเป็นหลังคาที่ทำจากใบไม้หรือหญ้าเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จุดที่สองเป็นพื้นที่ว่าง ถูกตัดถางป่าไม้เป็นลักษณะวงกลม เมื่อเข้าไปดูในระยะใกล้จะพบเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้น ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรืออะไรที่ผิดปกติ พื้นที่ว่างจุดแรกมาถึงจุดที่สองก่อสร้างถนนตัดผ่าน และเชื่อมต่อกันระยะห่างจากจุดแรกมายังจุดที่สองถือว่ามีระยะไกลกันประมาณ 300 เมตร ส่วนจุดที่สามเป็นจุดที่น่าสังเกต เนื่องจากมีพื้นที่ว่างสีขาวมากกว่าจุดอื่น จุดนี้อยู่บริเวณยอดเขาคนละลูกกับจุดแรกที่พบการสร้างบ้านพัก นอกจากนี้ บริเวณจุดที่สามยังอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กตก รวมทั้งบริเวณทิศใต้ของพื้นที่ว่างจุดที่สามยังพบการตัดถนน 2 เส้นทาง เส้นทางแรกจะเชื่อมต่อมายังจุดพื้นที่ว่างที่สอง และอีกเส้นทางจะถูกตัดเป็นถนนที่ใช้ลงจากภูเขา
------------
เม้นต์ จุดแรก- ภลุ่มอาคาร ทีพัก ที่ทำการ
         จุดที่สอง- พื้นที่ลงจอด LZ (Landing Zone)
         จุดที่สาม- Huh?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 30, 2011, 10:16:56 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 12:25:31 PM »

ภาพดาวเทียม IKONOS ในรูปแบบ 3 มิติเพื่อ แสดงจุดตกของเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็คฮอว์คให้เห็นตำแหน่งเด่นชัด

โดยค่าพิกัดจุดตกของเครื่องฮิวอี้มีค่าพิกัด 47PNQ251124 และมีความสูงประมาณ 1,072 เมตรจากระดับน้ำทะเล

และพิกัดจุดตกของของเครื่องแบล็คฮอว์ค มีค่าพิกัด.47PNQ251126 และมีความสูงประมาณ 973 เมตรจากระดับน้ำทะเล





อ้างอิง : http://www.gistda.or.th/gistda_n/index.php/component/content/article/78-news-break/903-20110715-airplanr-crash
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 03:37:48 PM »


ภาพดาวเทียม IKONOS ในรูปแบบ 3 มิติเพื่อ
แสดงจุดตกของเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล็คฮอว์คให้เห็นตำแหน่งเด่นชัด
โดยค่าพิกัดจุดตกของของเครื่องฮิวอี้มีค่าพิกัด 47PNQ251124
และมีความสูงประมาณ 1,072 เมตรจากระดับน้ำทะเล
และพิกัดจุดตกของของเครื่องแบล็คฮอว์ค มีค่าพิกัด.47PNQ251126
และมีความสูงประมาณ 973 เมตรจากระดับน้ำทะเล








บันทึกการเข้า
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 06:16:35 PM »

สรุป   บ้านหลังคาส้ม  น่ะ บ้านเรา(ไทย)   หรือบ้านเขา(พม่า) ล่ะคร้า..

  แล้วเค้าผลิตแป้งเคลิบเคลิ้มหรือเปล่าหว่า..
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 07:34:36 PM »

                           ตำแหน่งที่คาดว่าใกล้เคียงกับภาพถ่ายทางดาวเทียม IKONOS


ลิงค์ : http://img811.imageshack.us/img811/9645/20100730goouhcrash01p.jpg

ด้านบนภาพเป็นทิศเหนือ ด้านซ้ายมือ เมียนมาร์ ด้านขวามือ ประเทศไทย
ตามภาพ ที่นำมาประกอบ ตามเส้นชั้นระดับความสูง (อันตรภาคชั้นละ ๒๐ ม.)
จุด A อยู่ที่เนิน ๑๓๘๐ (๑,๓๘๐ ม.รทก. : ๑,๓๘๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง)
จุด B อยู่ที่เนิน ๑๐๓๐ (๑,๐๓๐ ม.รทก. : ๑,๐๓๐ เมตร จาำกระดับน้ำทะเลปานกลาง)

------------------------------
ต้องไปถาม เจ้าพ่อหนองไม้แดง แขวงเมืองมะริด ก่อนละกันครับ คุณ'Bell ว่า อาคารบ้านช่องห้องหอเหล่านั้น ผลิตแป้งเคลิบเคลิ้มหรือเปล่า?

แต่ผมว่าหลังคาบ้านน่าจะเป็นสีแดงนะครับ เด่นดีออก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2011, 04:19:03 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 07:42:12 PM »

ที่เตียนโล่ง  สันนิษฐานได้ว่า  เป็นลานจอด ฮอ.  แหง ๆ

ฮอ. เราอาจเคยได้จอดด้วยซ้ำ..



บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 10:48:10 PM »

เดาไว้ 2 อย่าง
1.ลานจอด ฮ.
2 หนึ่งในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อน
บนลุ่มน้ำสาละวิน
ที่การไฟฟ้า กฝผ.ของไทยเข้าไปสร้าง
ใช้งบประมาณของจีน เมื่อสร้างเสร็จแล้้ว
ไทยก็จะได้ใช้ไฟฟ้าจากพม่า (ใช้ฟรีหรือเสียตังค์ อันนี้ไม่รู้)

สำหรับสถานที่ใช้สร้างเขื่อนต่างๆ ในพม่าส่วนใหญ่
ยังเป็นพื้นที่สู้รบ (War Zone)
ระหว่างชนกลุ่มน้อยกับทหารรัฐบาล

นักสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ระบุว่า
ทหารพม่าขับไล่ชาวบ้านในรัฐฉาน
เพื่อเตรียมพื้นที่สร้างเขื่อน 25 เขื่อน
(เฉพาะบนลุ่มน้ำสาละวิน)
ทหารพม่าเข้ามาขับไล่ชาวบ้าน
โดยมีการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนเพิ่มมากขึ้น
มีการเกณฑ์ชาวบ้านไปใช้แรงงาน
เช่น ตักน้ำ ขนฟืน หาอาหารไปให้
และมีรายงานว่า ทหารรัฐบาลพม่าข่มขืน และฆ่าชาวบ้าน



http://prachatai.com/journal/2011/04/34292
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 12:15:34 AM »

ตั้งแต่ พลเอกเต็ง ส่ง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี
แทนพลเอก ตาน ฉ่วย

กองทัพรัฐบาลพม่าก็เริ่มเปิดศึกรบต่อเนื่อง
กับชนกลุ่มน้อย
กองกำลังคะฉิ่น
กองกำลังไทใหญ่ SSA
และกองกำลังกะเหรี่ยง
(รับเงินค่าก่อสร้างเมคกะโพเจคมาเยอะ
ก็ต้องเร่งทำผลงาน เคลียร์พื้นที่เพื่อให้งานเดินหน้า)
เจรจาไม่ได้ ก็ไล่ชาวบ้านด้วยการใช้กำลัง



ช่วงตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2554
กองทัพรัฐบาลพม่า ส่งเครื่องบินรบชนิด MIG-29 ผลิตในรัสเซียจำนวน 2 ลำ
ไปบินวนใกล้กับจุดที่กำลังมีการสู้รบ บริเวณดอยน้ำปุ๊ก ทิศเหนือบ้านไฮ
ในเขตเมืองเกซี เมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.
โดยเครื่องบินรบ 2 ลำใช้เวลาบินวนอยู่นานประมาณ 30 นาที
ก่อนบินกลับฐานทัพที่เมืองน้ำจาง ในรัฐฉานภาคใต้

นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพรัฐบาลพม่าส่งเครื่องบินรบ
ไปบินเหนือพื้นที่เคลื่อนไหวกองกำลังไทใหญ่
นับตั้งแต่เกิดการสู้รบตั้งแต่เดือนมีนาคม


 
ทหารรัฐบาลพม่าพยายามที่จะเข้ามาในเมืองไลซา
เพื่อขับไล่กองกำลังชนกลุ่มน้อยคะฉิ่น

สำนักข่าว KNG ของคะฉิ่นซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่รายงานว่า
การสู้รบกันเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา
ถือเป็นการรบกันครั้งใหญ่ที่สุดระหว่าง KIA และทหารรัฐบาลพม่า
นับตั้งแต่การปะทะกันเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา
มีทหารพม่าสูญเสียและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ส่วนทหารพม่าที่ถูกจับขณะนี้ถูกกุมขังอยู่ในเมืองไลซา

และวันที่ 16 ก.ค.
เป็นวันแรกที่ได้รับรายงานว่า
เฮลิคอปเตอร์ไทยตก

(ข่าวบอกว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ตกมีสภาพไหม้เกรียม)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2011, 12:19:02 AM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 12:29:27 AM »

อ่านข่าวด้านล่างนี้แล้วแปลกๆ แหะุ  xxx116

v
v

เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจรับชุดลาดตระเวน ซึ่งเป็นการสนธิกำลังจากค่ายทัพพระยาเสือ ร่วมกับกองกำลังทหารพรานกองร้อยที่ 947 กองกำลังตํารวจตระเวนชายแดนกองร้อย ตชด.144 กองร้อยเคลื่อนที่เร็ว และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกลาดตระเวนเดินเท้า เพื่อค้นหาและจับกุมผู้บุกรุกลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา


ขณะเดินทางกลับเกิดพายุฝนถล่มอย่างหนักติดต่อกัน 2 วัน ทหารและคณะสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกว่า 50 ชีวิต ต้องติดอยู่กลางป่าทึบ ต้องส่งเฮลิคอปเตอร์บินไปรับ ในวันที่ 14 กรกฎาคม แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายและทัศนวิสัยไม่ดี มีเมฆฝนปกคลุมพื้นที่ เมฆลอย ตํ่าไม่สามารถมองเห็นยอดเขาได้ ต้องถอนกำลังกลับมา ครั้นวันที่ 15 กรกฎาคม ทางกองกำลังสุรสีห์ใช้ความพยายามส่งเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวไปปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง ปรากฏว่าช่วงเช้าถึงเที่ยง ฟ้ายังปิดไม่สามารถลงไปช่วยทหารและคณะสื่อมวลชนได้ ต้องใช้วิธีหย่อนอาหารเป็นจุดๆ สำหรับประทังชีวิต เพราะทราบว่าอาหารในพื้นล่างหมดลงแล้ว


กระทั่งเวลา 12.45 น.  วันที่ 16 กรกฎาคม  ฟ้าเริ่มเปิดเฮลิคอปเตอร์สามารถลงจอดในพื้นที่ นําเจ้าหน้าที่ทหาร และผู้สื่อข่าวรวม 16 คน ออกจากป่าบริเวณช่องห้วยแม่เหล็ก เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขตรอยต่อบ้านห้วยนํ้าหนัก ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้และนําตัวไปลงที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์ บ้านห้วยม่วง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง แต่ยังเหลือเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอีกหลายนายตกค้างอยู่ในป่า บริเวณจุดต้นแม่นั้าเพชร ที่เฮลิคอปเตอร์ยังไม่สามารถลงจอดได้ และเฮลิคอปเตอร์พยายามที่จะบินเพื่อรับชุดลาดตระเวนที่เหลือแต่มาประสบอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1310872593&grpid=00&catid=&subcatid=

บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 12:47:08 AM »

เฉลย อาคารลึกลับใกล้จุด ฮ.ตก | 30 Jul 11
รายการสามมิติ


<a href="http://www.youtube-nocookie.com/v/RBitIsd9Grc?version=3&amp;amp;hl" target="_blank">http://www.youtube-nocookie.com/v/RBitIsd9Grc?version=3&amp;amp;hl</a>
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 01:26:16 AM »

ตามชุดแรกครับ เกรงว่าแฟนานุแฟน จะหาที่หมายไม่ได้

Link : http://img688.imageshack.us/img688/7267/20100730goouhcrash03p.jpg


Link : http://img508.imageshack.us/img508/7105/20100730goouhcrash02p.jpg

ตามที่คุณ'ice angel วิเคราะห์ไว้ ก็ น่าสนใจดีครับ ในส่วนตัวผมก็ได้แต่รวบรวมไว้ก่อน ส่วนจะวิเ
คราะห์ ประเมินค่า หรือตีีความ ต้องคอยให้อะไรหลุดมามากกว่านี้อีกนิด และก็มีกลิ่น ทะแม่งๆ โชยมาเป็นระยะ มาหนักอีตอน เจ้าหน้าที่-ทหารชุดหลังสุด ที่(อ้างว่า)เข้าร่วมทำการการลำเลียงผู้เสียชีวิต ต้องเข้ารับการรักษา(ในรพ.?-เก็บให้พ้นจากนักข่าว) เนื่องจากติดเชื้อ? บางรายตรวจพบมาลาเรียในกระแสเลือด

เอ ฮ. ตก ๑๖ ก.ค., ๑๙ ก.ค. และ ๒๔ ก.ค.๒๕๕๓ ออกมาจากพื้นที่ ราวๆ ๒๗ ก.ค.๒๕๕๓ เอ มันเชื้ออะไรวะ ฟักตัวไม่ถึง ๑๕ วันตรวจพบ น่ากลัวเชื้อมันแรงน่าดู หรือไม่ ก็แล็บฯ และเทคนิคการแพทย์ ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง หรือไม่ก็ผู้รับการตรวจอยู่ในพื้นที่นานมากกว่า ๑ เดือน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2011, 04:22:27 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Denali
น้องใหม่
*

Karma: +0/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 09:30:31 AM »

ไม่เชื่อถือสักนักข่าวไทยรายงานเลย ไม่รู้เป็นไง  ต้ังแต่หลังปฏิวัติมาแล้ว  ไม่เคยยอมรับผิด ป้ายขี้ให้คนอื่นตลอด

เจ้าของกระทู้ลงหัวข้อข่าวว่า "จุดที่ฮ.ฮิวอี้-แบล็กฮอว์กตกในเขตพม่าติดป่าแก่งกระจานของไทย"

ก็ถ้าพม่าเขาสร้างในดินแดนของเขา   จุดที่ป่าไม้ถูกโค่นให้เป็นที่โล่งเพื่อให้ ฮอร์ลงจอดได้ อยู่ในพื้นที่ของเขา  เราจะเอามาเป็นประเด็นในการโจมตีของสำนักข่าวไทย ทำไมกันนะ

แสดงว่าฝ่ายทหารไทยน่ะแหละที่ผิดเอง  ไปล่วงล้ำเขตแดนเขาโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของพื่นที่
ใหญ่แต่ในบ้านจนเคยตัวกันมังพวกนี้  สมแล้ว น่าจะจัดเที่ยวพิเศษ เอาประยุทธิ์ ไก่อู เทพไท บุญยอด แก้วสรรค์ ยัยเป็ด ไปพร้อมๆกันอีกสักชุดจัง
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 11:17:07 AM »

อ้างถึง
ก็ถ้าพม่าเขาสร้างในดินแดนของเขา   จุดที่ป่าไม้ถูกโค่นให้เป็นที่โล่งเพื่อให้ ฮอร์ลงจอดได้ อยู่ในพื้นที่ของเขา  เราจะเอามาเป็นประเด็นในการโจมตีของสำนักข่าวไทย ทำไมกันนะ

แสดงว่าฝ่ายทหารไทยน่ะแหละที่ผิดเอง  ไปล่วงล้ำเขตแดนเขาโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของพื่นที่

^
^

โป๊ะเช่ ค่ะ คุณDenli

ถ้าเราดูจากรายการข่าว 3 มิติด้านบน
ช่วงที่มีรายงานข่าวรายการที่ 2 มีการตัดไม้ทำลายป่า
พยายามโยงข่าวว่าเป็นพื้นที่แนวแก่งกระจาย
เป็นเขตในไทย (แต่ความจริงคือพื้นที่ในเขตพม่า)
ปล.ตอนนี้ข่าวทางทบ.5 กำลังยิงสกูปพิเศษ ประโคมข่าวว่า
ทหารแถวชายแดนทำหน้าที่ตรวจตรา ดูแลรักษาผืนป่า

สำหรับคุณชัยวัตน์ ลิขิตลิ้มอักษณ

หัวหน้าอุทธยานป่าเขตแก่งกระจาย เขามักจะได้รับเลือก
เป็นคนให้ข่าวแทนทหารบ่อยๆ ฟังแล้วเคลิ้ม
หลงเชื่อว่าจริง แต่ถ้านำเรื่องที่เขาพูดมาปะติดปะต่อกัน
จะพบช่องโหว่ในบางจุด ดูตัวอย่างในรายการข่าว 3 มิติ เป็นตัวอย่าง
จะจับได้ว่าเขาพูดไม่ตรงกับข้อมูลข่าวที่กำลังนำเสนอ
และหรือเป็นการพยายามสร้างข่าวเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น

ชาวบ้านชนกลุ่มน้อย  เปิดป่าเพื่อปลูกพริก
ปลูกข้าวเสร็จแล้วก็ย้ายไปตัดที่อื่น
ผ่านไป 7 ปี จะกลับมาตัดที่เดิมอีก
ด้วยความเชื่อว่า ป่าไม้จะกลับมาเกิดใหม่ หุหุ คิดได้ไงเนี่ย

ฟังดูแล้วไม่เมคเซ็นท์ ป่าไม้นะคะไม่ใช่ต้นหญ้า
จะตัดแต่ละทีไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ

บันทึกการเข้า
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 11:23:09 AM »

^ ^ ^

คนกะเหรี่ยงทำไร่เลื่อนลอยจริง ถากไปเรื่อย ย้ายไปเรื่อย

อันนี้ยืนยัน


บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 12:09:41 PM »

ยินดีครับ คุณ'Denali ที่ร่วมต่อยอดขยายความ.-
หากไม่เกิดกรณี "เวหนภัย" คอปเตอร์โหม่งพสุธา เรา ๆ ท่าน ๆ ก็คงไม่ทราบเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก ที่แต่ละสำนักข่าวขุดคุ้ย ตีแผ่ แบวาง แสดงทัศนะให้สาธ่ารณชนรับรู้ รับทราบ ที่มาของข่าวก็ตามที่อ้าง.-
...
หนึ่ง. สอง. สาม.
"หนึ่ง. สอง. สาม. ฉันถามว่าคิดอะไร ปิด... ทำไม ไม่บอกให้รู้ ให้รู้ "
                                                                           วงชาตรี?

...
มีประเด็นที่ต้องพิจารณาสักเล็กน้อย
๑. กลุ่มอาคารนั้น อยู่บนชัยภูมิสูงข่ม เนิน ๑๓๘๐ ใช้เป็นจุดเฝ้าฟัง/สังเกตการณ์ (Outpost) ได้อย่างดียิ่ง
    ระยะทางตรงไปยังกรุงเทพมหานครฯ เนิน ๐๐๐๑ ประมาณ ๒๐๐-๒๕๐ กม.
๒. กลุ่มอาคารนั้น ได้ทำการก่อสร้างจนสามารถใช้การได้มาไม่น้อยกว่า สองปี (ภาพ ๖ ม.ค. ๒๕๕๒-สองปี หกเดือนที่ผ่านมา)
    หากแต่ในด้านฝั่งไทยทีระดับความสูงใกล้เคียงกันในรัศมี ๑๒ กม. ไม่ปรากฎอาคารสิ่งปลูกสร้าง
๓. การปักปันเขตแดนทั้งสองประเทศในด้านนั้น ได้ทำการเรียบร้อยแล้วเสร็จ ใช่หรือไม่

ภาระหน้าที่เป็นของใครก็ทำไป ตามเหตุ ตามปัจจัย ผ้ม(บักฮูขี) คงต้องไม่แจงละกัน ขอบอก ขอบอก
ใครที่หนวย อย่าเหล่ตา มาทางนี้เชียว เดี๋ยวสวย!.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 31, 2011, 12:13:04 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
ลูกเป็ดสีแดง
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 312


« ตอบ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 06:17:17 PM »





ดูจากภาพที่โล่งน่าจะเป็นจุดจอด ฮ. จริงๆ  ถ้าเทียบตามภาพนี้
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 07:50:59 PM »

ใช่ครับ ท่าน'ลูกเป็ดสีแดง ขอเวลาปรับแผนที่ใหม่ สักครู่มา
-----
กลุ่มอาคารนั้น อยู่บนชัยภูมิสูงข่ม เนิน ๑๓๘๐ เป็นจุดเฝ้าฟัง/สังเกตการณ์ (Outpost เมื่อใช้ขอมูลท่าน'ลูกเป็ดสีแดงมาประกอบได้ภาพ นี้


Link : http://img829.imageshack.us/img829/2621/20100730goouhcrash04p.jpg

หากเป็นภาพมุมกว้างทางซ้าย จะเป็นอุทยานแห่งชาติตะนาวศรี (Tanintharyi National Park)-->ช่องเขาชนแอก ?<-- ทางขวาเป็นอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (Kaeng Krachan Reservoir)

ชื่อช่องเขาไม่แนใจว่า่ถูกต้องหรือไม่ ขอทุกท่านแนะนำด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2011, 04:25:05 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Kamooldman
ซาบซึ้ง
***

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2011, 08:39:28 PM »

ตกลงบ้านหลังนั้นมันคืออะไรยิ่งอ่านยิ่งงง
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 02:02:05 AM »

ตอบ: ท่าน'Kamooldman กลุ่มอาคารนั้น อยู่บนชัยภูมิสูงข่ม เนิน ๑๓๘๐ เป็นจุดเฝ้าฟัง/สังเกตการณ์ (Outpost)
ใช้ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ และนันทนาการ (ฮา)



http://www.bangkokpost.com/media/content/20110725/291969.jpg



http://www.bangkokpost.com/media/content/20110726/292325.jpg

๊US "ANY ONE CAN FLY THIS."
THAI "ONLY WE  CAN FLY THIS!"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2011, 05:30:37 AM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #20 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 05:04:45 AM »

คุณบักฮูขีคะ  ดิฉันไม่เห็นภาพ  มันขึ้นกบในกล่องฟ้า...เครื่องดิฉันเวอร์ชั่นต่ำหรือเปล่าจึงไม่ขึ้นภาพ
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #21 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 05:40:05 AM »

ตอบ:คุณ'Bell ผมเพิ่มลิงค์ไว้ใต้ภาพทั้งสองโพสต์แล้วครับ กรณีขึ้นกบสีฟ้า ลอง Log Out และ Log In ใหม่ครับ
หากอาการยังไม่หาย ให้ปิด บราวเซอร์ แล้วเปิดใหม่ครับ หรืออาจต้องรีบูตเครื่องใหม่อีกครั้งครับตามลำดับ
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
พญาเสือ
น้องใหม่
*

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #22 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 09:49:14 PM »

คุณบักฮูขี่ ผมว่าสิ่งที่ทหารกำลังแหกตาคนไทยคือ

1.ฮิวอี้เข้าไปทำอะไรกันแน่ อ้างว่าบินไปขับไล่ชนกลุ่มน้อยบุกรุกป่า (เอาฮอไปขับไล่เนี้ยนะ ไม่เนียนเลย)
2.แบล็กฮอคบินหลงเข้าไปหรืองัยถึงได้ไปตกในเขตพม่า (เป็นไปไม่ได้ นักบินจะไม่รู้เชียวหรือว่าบินเข้าไปในเขตพม่า)

สิ่งที่ทหารต้องตอบประชาชนให้ได้ ลำแรกโดนอะไร ลำที่สองเข้าไปในพม่าทำมัย (เจรจาอะไรหรืเปล่า)
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #23 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 10:46:41 PM »

กระทู้นี้ดีจัง เป็นการช่วยกันวิเคราะห์ข่าว

ขอบคุณูู^^
คุณบักฮูขี บ้านนาควาย มากเลยคะ

 5fc0f220

1.ตอนนี้เรากำลังตั้งคำถามว่า ทหารไทยเข้าไปทำอะไรในเขตพม่า
ทำตามหน้าที่ของทหาร หรือ ทำนอกหน้าที่ ถ้าทำนอกหน้าที่ก็
ไม่ควรมาสนับสนุนประชาสัมพันธ์ยกยอว่าทำดี ปูนบำเหน็จ
ที่สำคัญการปิดข้อมูลที่แท้จริง
ทำให้เกิดอันตรายต่อนายทหารคนอื่นๆ ที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย
และเป็นผลพวงในการวางนโยบายของกองทัพไปในทิศทางที่ผิด
^
^
ช่วงม.ค.-ก.ค.2554 มีการสู้รบกันระหว่างกองทัพรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยอย่างหนัก

ทางทหารบอกว่าได้ส่งทหารช่วยขับไล่ คนมาลักลอบตัดไม้ในเขตชายแดนไทย
เลยทำให้ทหารและคณะสื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกว่า 50 ชีวิต
ติดอยู่ในป่าออกไม่ได้เพราะฝนตก หนัก
ปฏิบัติการบินเกิดขึ้นถี่มาก

ฮ. 3 ลำตกติดต่อกัน มีการตั้งข้อสังเกต
v
v

2. ตั้งข้อคำถามว่า ทำไมฮ.ตก ตกจากใช่ข้อสงสัยดั่งที่คุณ พญาเสือ ตั้งคำถามไว้หรือไม่

ลำแรกโดนอะไร ลำที่สองเข้าไปในพม่าทำมัย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2011, 11:32:48 PM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #24 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 11:52:08 PM »

หลักฐานการให้สัมภาษณ์ ของนายทหาร
วันที่ 19 ก.ค. 2554 ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นบิน
โดยในข่าวทั่วๆ ทราบกันว่าแบ๊คฮ๊อคจะบินไปรับศพ 5 ศพ

นายทหารตะวัน ย้ำว่า
ภาระกิจของทหารที่เข้าปฏิบัติการไปนั้นยังไม่จบ
ชุดที่เข้าไปก่อนนั้นมีปัญหาอยู่ ชุดอื่นๆ ก็ทำต่อไป

<a href="http://www.youtube-nocookie.com/v/XYLTLlLbun0?version=3&amp;amp;hl" target="_blank">http://www.youtube-nocookie.com/v/XYLTLlLbun0?version=3&amp;amp;hl</a>








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 01, 2011, 11:55:20 PM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #25 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 12:01:43 AM »


สังเกตคำพูดของนายทหารดีดี
นายทหารคนหนึ่งพูดเรื่องว่าจะส่งสัญญาณ..

นายทหารตะวัน ฟังถึงตรงนั้นก็
พูดเสียงดังขัดขี้น พยามยามเบี่ยงประเด็นของ
เรื่องที่นายทหารอีกคนถามออกมา


<a href="http://www.youtube-nocookie.com/v/7vpFMWXXmD8?version=3&amp;amp;hl" target="_blank">http://www.youtube-nocookie.com/v/7vpFMWXXmD8?version=3&amp;amp;hl</a>
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #26 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 01:36:30 AM »

สักครู่ผมจะกลับมาตอบ
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #27 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 06:13:40 AM »

ถ้าทหารพม่ามีการสู้รับกับชนกลุ่มน้อย

ก็อาจเป็นได้ว่า เรา ไปช่วยชนกลุ่มน้อยรบกับพม่า เพราะ ไทยชอบมีนโยบายเอาชนกลุ่มน้อยเป็น buffer state  ก็เข้าใจอะนะเรื่องนโยบายความมั่นคง  แต่ไม่ต้องไปยุ่งกับประเทศอื่นไม่ได้หรือ..

เอ..เรื่องนี้ คล้ายกับสมัยใครหว่าจัดกองกำลังไปสู้กับทหารพม่า..สมัยนายกฯทักษิณ คุณบักฮูขี จำได้ไหมคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2011, 11:09:40 PM โดย Bell » บันทึกการเข้า
ลูกเป็ดสีแดง
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 312


« ตอบ #28 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 11:19:31 AM »

  มาดูคำชี้แจงเรื่องบ้านกันครับ....ยาวหน่อยนะครับ

 วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 12195 มติชนรายวัน


กห.ชี้บ้านใกล้จุดฮ.ตก ฐานทหารพม่า

มีทั้งอาคาร-คลังอาวุธ ไม่เกี่ยวแบล๊กฮอว์กตก



อาลัย - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหาร 7 นาย ได้แก่ พ.ต.ฐิระรัตน์ แก้วกระมล พ.ต.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน พ.ต.ชูพันธ์ พลวรรณ ร.ท.ปูรณะ หวานใจ และช่างเครื่อง จ.ส.อ.วิเชียร จันทร์พัฒน์ จ.ส.อ.สมคิด วงษ์ตาแสง และ ส.อ.อร่าม วงษ์สิงห์ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่วัดดงสวอง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม

 
หน.อุทยานฯแก่งกระจาน-ทหารยันสิ่งผิดปกติบริเวณ ฮ.ตก ไม่ใช่หมู่บ้านลึกลับกลางป่า แต่เป็นฐานทหารพม่า มีทั้งคลังเก็บอาวุธ พื้นที่การเกษตร และลานกีฬา เชื่อปม ฮ.ตกไม่เกี่ยวถูกยิง เหตุทหาร 2 ฝ่ายซี้ปึ้ก

ภายหลัง "มติชน" นำเสนอภาพถ่ายผ่านดาวเทียม บริเวณพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จุดเฮลิคอปเตอร์ฮิวอี้และแบล๊กฮอว์กตก พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) และคณะเสียชีวิตรวม 14 นาย และบริเวณพื้นที่รอยต่อชายแดนฝั่งพม่า พบสิ่งผิดปกติ คล้ายการปลูกสร้างบ้าน 8-9 หลังคาเรือน มุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีส้ม ห่างออกไปเป็นที่ว่างเปล่าคล้ายลานกว้าง 2 แห่งมีถนนเชื่อมต่อ และยังมีที่โล่ง ป่าถูกโค่นเป็นบริเวณกว้างขวางนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาระบุเป็นฐานที่มั่นทหารพม่า ที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และทหารไทยต่างรับรู้กันดี ไม่มีใครปิดบัง

นายชัยวัฒน์ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า กลุ่มบ้านดังกล่าวไม่ใช่หมู่บ้านลึกลับกลางป่าเขาแต่อย่างใด แต่เป็นฐานที่ตั้งของทหารพม่าใกล้ชายแดนไทย ห่างจากเนิน 1,100 ที่เครื่องแบล๊กฮอว์กตกประมาณ 1 กิโลเมตร หากใช้เวลาเดินเท้าจากเนิน 1,100 ในฝั่งไทยไปยังฐานแห่งนี้จะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ฐานที่ตั้งทหารแห่งนี้มีมานานแล้วและไม่มีการปิดบังแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและหน่วยงานทหารของไทยทราบดีว่าเป็นฐานที่มีอยู่จริง โดยมีลานเตะตะกร้อ และกิจกรรมออกกำลังใกล้กลุ่มบ้านดังกล่าวด้วย มีทหารประจำการในฐานนี้ประมาณ 6-7 นาย สับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่

สำหรับภาพถ่ายทางอากาศที่เห็นเป็นหลังคาบ้านเหมือนกระเบื้องสีส้มนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นใบคร้อ ลักษณะเป็นใบออกสีส้มขนาดใหญ่เหมือนใบตาล ส่วนบริเวณลานกว้างก็เป็นพื้นที่การเกษตร ทำนาทำไร่ ปลูกพืชล้มลุกเป็นอาหารประจำวันของทหารพม่า ปลูกข้าวได้ครั้งละ 20-30 กระสอบ ทหารพม่าจะไม่ยอมให้ชาวบ้านใช้พื้นที่บริเวณนี้เด็ดขาด เพราะเขาก็ต้องป้องกันรักษาพื้นที่มิให้มีการบุกรุกเข้าไปในเขตแดนของเขา

รายงานข่าวจากทางทหาร จ.กญจนบุรี กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นที่ตั้งหน่วยของทหารพม่าที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ฮ.ตกในเขตประเทศพม่า ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานกองร้อยที่ 3 กองพันทหารราบที่ 101 (พัน.ร.101 ร้อย.3) มี ร.อ.ซอแท็กอ่อง เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 3 กองพันทหารราบที่ 101 ซึ่งเป็นอาคารกึ่งถาวร แยกเป็นอาคารต่างๆ อาทิ คลังเก็บอาวุธ ที่พัก โรงอาหาร ห้องน้ำ เป็นต้น มีกำลังทหารพม่าประจำอยู่ ประมาณ 20 นาย ซึ่งจะวางกำลังตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และมี พ.ท.ปานไหน่วิน เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 101 ซึ่งวางกำลังเป็นฐานกองร้อย 4 กองร้อย ตลอดแนวรอยต่อจาก จ.ราชบุรี เรื่อยไปยัง จ.เพชรบุรี จนถึงรอยต่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 121 กิโลเมตร ซึ่งมีกำลังทหารประมาณ 100 นาย
ฐานพม่า - ภาพถ่ายฐานกองร้อยที่ 3 กองพันทหารราบที่ 101 (พัน.ร.101 ร้อย 3) มี ร.อ.ซอแท็กอ่อง เป็นผู้บังคับกองร้อยที่ 3 กองพันทหารราบที่ 101 ที่ซึ่งระบุว่า คือหน่วยทหารที่ตั้งในอาคารปริศนาในภาพถ่ายจากดาวเทียมใกล้ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า เป็นหน่วยทหารที่ร่วมกับทหารไทยค้นหาเฮลิคอปเตอร์แบล๊กฮอว์กตกจนประสบความสำเร็จ
 


ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์รุ่นฮิวอี้ตก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ฉก.ทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ ได้ประสาน พ.ท.ปานไหน่วิน ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 101 และ ร.อ.ซอแท็กอ่อง ผู้บังคับกองร้อยที่ 3 กองพันทหารราบที่ 101 เพื่อแจ้งเหตุและป้องกันการเข้าใจผิดระหว่างการบุกค้นหาจุดเฮลิคอปเตอร์ตกว่า ทหารไทยรุกล้ำเขตแดนของทหารพม่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อความมั่นคง พร้อมกันนี้ฉก.ทัพพระยาเสือ ยังได้ประสานขอความช่วยเหลือในการค้นหาเฮลิคอปเตอร์และผู้ประสบเหตุด้วย ซึ่งกรณีเหตุ ฮ.แบล๊กฮอว์กของคณะ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ตกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ฉก.ทัพพระยาเสือ ได้ประสานแจ้งเหตุและขออนุญาตเข้าไปในเขตพื้นที่พม่า พร้อมขอความช่วยเหลือในการช่วยค้นหาเช่นเดียวกัน โดยฉก.ทัพพระยาเสือ และกองพันทหารราบที่ 101 ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ดังนั้น เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจะเกิดจากการกำลังทหารพม่าใช้อาวุธยิงเฮลิคอปเตอร์ทั้ง 2 ลำ แต่อย่างใด

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้สอบถามจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแล้วว่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ของประเทศพม่า น่าจะเป็นค่ายทหารและอยู่ใกล้กับเนิน 1,100 ของประเทศไทย โดยค่ายทหารพม่าแห่งนี้ช่วยไทยค้นหาเฮลิคอปเตอร์ตกด้วย ส่วนพื้นที่โล่งใกล้กับสิ่งปลูกสร้าง น่าจะเป็นพื้นที่สำหรับการทำการเกษตรหรือทำไร่เพื่อเลี้ยงดูทหารพม่า ไม่ใช่บ้านพักหรือรีสอร์ตในประเทศไทย

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมบริเวณพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ใกล้จุดที่เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำตก และพบสิ่งปลูกสร้างลึกลับนั้น เบื้องต้นสอบถามไปยังหน่วยงานในพื้นที่ทราบว่าเป็นฐานที่ตั้งของกองทัพพม่า ซึ่งอยู่ในเขตฝั่งประเทศพม่า ส่วนรายละเอียดไม่ทราบ ต้องสอบถามไปยังหน่วยทัพพระยาเสือ กรมทหารราบที่ 19 แต่ไม่น่าจะมีอะไร

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ไม่รู้เรื่องเลย ฉะนั้นจึงไม่กล้าตอบ

ผู้สื่อข่าวถาม มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าสิ่งปลูกสร้างบริเวณนั้นน่าจะเป็นอะไร พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่ทราบ เพิ่งได้ยินข่าว เพราะในช่วงข่าวตนไม่ได้ดูข่าว จึงไม่ทราบเรื่อง เมื่อถามอีกว่าจำเป็นต้องให้หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบหรือไม่ โฆษก ทบ.กล่าวว่า จุดต้องสงสัยดังกล่าวพบอยู่ในอุทยานแก่งกระจานหรือไม่ ถ้าอยู่ในแก่งกระจานต้องสอบถามไปยังกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมในจุดเฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้และแบล๊กฮอว์กตกในพื้นที่ป่าแก่งกระจานที่ถูกเผยแพร่ในตอนนี้เป็นภาพที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 2552 ก่อนที่กองทัพภาคที่ 1 และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะประสานขอภาพถ่ายเข้ามาหลังจากที่แบล๊กฮอว์กตก เพื่อนำไปใช้ในการค้นหาพิกัดที่เฮลิคอปเตอร์ทั้ง 2 ลำตก เพราะถ้าเป็นภาพที่ถ่ายจากดาวเทียมจะเห็นภูมิประเทศรอบป่าทั้งหมด ซึ่งจะมีประโยชน์ในการลงพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายอานนท์กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ สทอภ.ส่งมอบภาพถ่ายในพื้นที่ป่าแก่งกระจานที่ถ่ายบันทึกไว้ในปี 52 นั้น เนื่องจากภาพที่ถูกถ่ายในปี 2553 และ 2554 มีความชัดเจนไม่เท่ากับที่ถ่ายไว้ในปี 2552 เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสภาพอากาศจะปิดและมีเมฆปกคลุมจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงปี 2554 แทบจะมองไม่เห็นภูมิประเทศภาคพื้นดินเลย ประกอบกับภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นมุมเอียง ทำให้มองเห็นไม่ชัด ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องส่งมอบภาพถ่ายในช่วงปี 2552 ที่มีความชัดเจนมากที่สุดไปให้

เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบพื้นที่ว่าง 3 จุด ที่อยู่ในภาพถ่ายดาวเทียมหรือไม่ นายอานนท์กล่าวว่า พื้นที่ว่าง 3 จุดที่เห็นในภาพถ่ายดาวเทียมอยู่ในพื้นที่ของประเทศพม่า ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ประกอบกับ สทอภ.มีหน้าที่เพียงสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานเท่านั้น เราคงไม่มีศักยภาพหรือมีกำลังพลที่จะไปทำอะไรได้ ดังนั้น ต้องถามหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรง

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวกรณีพบสิ่งผิดปกติจากภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณ ฮ.ตกว่า เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูล จะให้ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ที่ผ่านมากรณีเฮลิคอปเตอร์ตก ตำรวจเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ และร่วมตรวจสอบทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าเป็นการกระทำผิดทางอาญาหรือทั่วไปก็ตาม กรณีเฮลิคอปเตรอ์ตกที่ จ.กาญจนบุรี ก็มี ตชด. 2 รายอยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้น ตชด.ทำงานในเรื่องการปราบปรามการทำผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ส่วนที่วัดเบ็ญพาด หมู่ที่ 9 ต.พังตรุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี สถานที่สวดพระอภิธรรมศพ ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ พนักงานวิทยุโทรเลข สังกัด ร้อยลาดตระเวนระยะไกล 9 ผู้เสียชีวิตจาก ฮ.แบล๊กฮอว์กตก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รอง ผบ.ทบ. เดินทางเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.ต.อิทธิศักดิ์ เวลา 16.00 น. โดยมีนายสุดใจ หิณะสุทธิ์ บิดา น.ส.จุฑามาศ ดอนยางไพร ภรรยาของ ส.ต.อิทธิศักดิ์ พร้อมญาติ และคณะนายทหาร คณะแม่บ้านทหารบก ประชาชนกว่า 4,000 คนร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 และ ร.อ.เจตน์ สุดใจ รอง ผบ.ร้อยลาดตระเวนระยะไกล 9 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุ ฮ.แบล๊กฮอว์กตกที่ป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ตั้งสวดที่วัดทุ่งลาดหญ้า หมู่ 1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จะมีพิธีพระราชทานเพลิงในวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 16.00 น.
 
ที่มา

http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01p0106310754&sectionid=0101&selday=2011-07-31

คำถาม  หากเป็นฐานทหารพม่าจริงทำไมมันถึงได้ไกล้ชายแดนขนาดนั้นแล้วค่ายทหารไทยไปอยู่ตรงไหน?

สักครู่ผมจะกลับมาตอบ

   ผมรอคุณอยู่นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2011, 11:22:47 AM โดย ลูกเป็ดสีแดง » บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #29 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 12:52:50 PM »

พอดี "นกเต็น" เข้าไฟฟ้าดับนานครับ ขลุกขลัก นิดหน่อย ขณะนี้ก็รอต้อนรับ "มุ่ยฟ้า"
ไฟฟ้ามาอีตอน เที่ยงครึ่ง เอ้าว่าต่อ
-----
ขอยกข่าวมาลำดับให้ดูเป็นห้วงเวลาที่ ก่อน UH-60L  ตก
๑๑ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: ผลักดันชนกลุ่มน้อย ในเขต อช.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (ข่าว ๑๖ ก.ค.๒๕๕๔)
                                : ค้นหาและจับกุมผู้บุกรุกลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ (ข่าว ๑๗ ก.ค.๒๕๕๔)
อัตรากำลัง : ประมาณการขั้นต่ำที่  ๕๐ นาย (๑๒-๑๓ นายต่อหมู่, ชุดละหนึ่งหมู่)
- ฉก.ค่ายทัพพระยาเสือ กรมทหารราบที่ ๑๙
- ร้อยทหารพรานที่ ๙๔๗
- ร้อย ตชด.๑๔๔ (ชุดเคลื่อนที่เร็ว)
- เจ้าหน้าที่ อช.แก่งกระจาน

๑๒ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: -
สถานการณ์ : ฝนตกหนัก

๑๓ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: -
สถานการณ์ : ฝนตกหนัก

๑๔ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: เฮลิคอปเตอร์ UH1 บินเข้าไปรับชุดกองกำลังร่วม
สถานการณ์ : อากาศปิด ทัศนวิสัยไม่ดี มีเมฆฝนปกคลุมพื้นที่ เมฆลอยตํ่าไม่สามารถมองเห็นยอดเขา
ปฎิบัติการ : ยกเลิก ถอนกำลังกลับ

๑๕ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: เฮลิคอปเตอร์ UH1 บินเข้าไปรับชุดกองกำลังร่วม และส่งเสบียง
สถานการณ์ : ช่วงเช้าถึงเที่ยง ฟ้ายังปิด
ปฎิบัติการ : ใช้วิธีหย่อนอาหารเป็นจุดๆ สำหรับประทังชีวิต เพราะทราบว่าอาหารในพื้นล่างหมดลงแล้ว

๑๖  ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: เฮลิคอปเตอร์ UH1 บินเข้าไปรับชุดกองกำลังร่วม และส่งเสบียง
สถานการณ์ : เวลา ๑๒๔๕ น.
ปฎิบัติการ : UH-1 นําเจ้าหน้าที่ทหาร และผู้สื่อข่าวรวม ๑๖ คน ออกจาก (๑) ป่าบริเวณช่องห้วยแม่เหล็ก เขต อช.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เขตรอยต่อบ้านห้วยนํ้าหนัก ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้ และนําตัวไปลงที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์ บ้านห้วยม่วง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

สถานการณ์ : เวลา ๑๒๔๕ - ๑๕๐๐ น.
ปฎิบัติการ : UH-1 บินเพื่อรับชุดลาดตระเวนที่เหลือตกค้างอยู่ใน (๒) ป่าบริเวณจุดต้นแม่น้ำเพชร ประมาณ ๓๔ นาย (๕๐ ลบออก ๑๖)
เหตุการณ์ : UH-1 ประสบอุบัติเหตุตก

ผู้ให้ข่าว : นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอช.แก่งกระจาน
อ้างอิง : ข่าวมติชน ๑๖ ก.ค.๒๕๕๔ เวลา ๒๑๒๐ น.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1310826107&grpid=00&catid=00

ผู้ให้ข่าว : พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ ๑
อ้างอิง : ข่าวมติชน ๑๗ ก.ค.๒๕๕๔ เวลา ๑๐๑๖ น.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1310872593&grpid=00&catid=&subcatid=

๑๗  ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ:ค้นหา UH-1 และช่วยเหลือผู้รอดชีวิต
สถานการณ์ : เวลา ๐๘๐๐ น. รวมพล ณ.ลานดินบนยอดเขาพะเนินทุ่ง อช.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

สถานการณ์ : เวลา ๐๘๐๐ -๑๔๐๐ น. พบศพนายทหารที่เสียชีวิตครบทั้ง ๕ นาย แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ เนื่องจากร่างทั้งหมดอยู่ในสภาพไหม้เกรียม

สถานการณ์ : เวลา ๑๔๐๐ น. ผบ.พล ร.๙ พร้อมกำลังทหารส่วนหนึ่งได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ UH-60L ไปตรวจที่เกิดเหตุ
สภาพอากาศ: มีฝนตก ลมแรง และมีหมอกปกคลุมพื้นที่
แผนปฎิบัติการ : วางจุดปฏิบัติการไว้ ๓ จุด จุดแรกเป็นบริเวณที่เกิดเหตุ
                      จุดที่ ๒ จะเป็นชุดที่ถ่ายทอด (เนิน ๙๐๐) และช่วยเหลือจากจุดที่ ๑
                       และจุดที่ ๓ เป็นจุดสนับสนุนตั้งอยู่ที่ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

สถานการณ์ : เวลา ๑๔๐๐ น.-
ปฎิบัติการ : ผู้สื่อข่าวรายงานกำลังลำเลีบงศพนายทหารที่เสียชีวิตทั้ง ๕ นาย มายังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ ๑๐ ห้วยแม่สะเหรี่ยง (เนิน ๙๐๐ ?) เพื่อรอการเคลื่อนย้ายขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป จุดที่ ๓ เป็นจุดสนับสนุนตั้งอยู่ที่ ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ผู้ให้ข่าว : พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ ๑, พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล ร. ๙, พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก, นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
อ้างอิง : วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7536 ข่าวสดรายวัน
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOekU0TURjMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOeTB4T0E9PQ==
---
ที่ตั้งของหน่วยต่าง ๆ
- กองบัญชาการกองทัพภาคที่ ๑ ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ
- กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ บางเขน กรุงเทพมหานคร
- ศูนย์การบินทหารบก ต.เขาพระงาม.อ.เมือง จ.ลพบุรี
- กองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ ต. ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
- หน่วยเฉพาะกิจค่ายทัพพระยาเสือ กรมทหารราบที่ ๑๙ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
- กองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ ๙๔๗ บ.โป่งแห้ง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
- ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
- กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๑๔๔  ต.ห้วยท่าช้าง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี
 -----------------------


ลิงค์ : http://img829.imageshack.us/img829/5002/20100730goouhcrash05p.jpg

ข้อคิดเห็น
๑. ข้อสังเกต ผู้ที่เสียชีวิตจาก UH-1 ตก หนึ่งในนั้น คือ พ.ต.กิติภูมิ เอกพันธุ์ นายทหารยุทธการหน่วยเฉพาะกิจค่ายทัพพระยาเสือ ซึ่งหน้าที่นายทหารยุทธการ คือ การฝึกและรบ
๒. ทิศทาง และจุดที่ปฎิบัติการที่ UH-1 ต้องไปรับไปส่ง เมื่อดูตามแผนที่ซึ่งผมนำมาประกอบ (ชุดที่มีจุด Bell 212 ตก ) แล้วจะเห็นว่า(๑) ป่าบริเวณช่องห้วยแม่เหล็กนั้นอยูขอบบนแผนที่เป็นแนวตรงขึ้นไปจาก (๒) ป่าบริเวณจุดต้นแม่น้ำเพชรซึ่ง UH-1 ตก ซึ่งเป็นระยะทางไม่ใช่น้อย ๆ
     เมื่อเทียบกับ จุด UH-1ตก ไปทางงด้านตะวันออก-จุดรวมพลเขาพะเนินทุ่ง(ตัวหนังสือขาว ๆ)-ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน  ภารกิจตามที่อ้างว่า ค้นหาและจับกุมผู้บุกรุกลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ (ผลักดัน)
๓. ข้อสังเกต ผู้ที่เสียชีวิตจาก UH-60L ตก นอกจาก ผบ.พล ร. ๙ ก็มีหนึ่งในนั้น คือ ร.อ.เจตน์ สุดใจ รอง ผบ.ร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ ๙ (ซึ่งอีกตำแหน่งอาจเป็น ผบ.หมวด ๑ ร้อย ลว. ๙ ก็ได้) ภารกิจนั้นก็ตามชื่อกองร้อย
๔. ร้อย ตชด. ๑๔๔ ตามการแบ่งสายบังคับบัญชา มีภารกิจเก็บกู้กับระเบิดเป็นหลัก

๕. สรุปเป็นภารกิจที่สนธิกำลังระหว่างทหาร, กองกำลังกึ่งทหาร(ทหารพราน, ตชด.) และพลเรือน โดยให้ เจ้าหน้าที่ อช.แก่งกระจานเป็นผู้นำทาง ตชด.เก็บกู้กับระเบิด ทหารพรานคุ้มกัน ทหารจาก ฉก.ทัพพระยาเสือเป็นแกนหลักดำเนินภารกิจ
๖. ภารกิจนั้นต้องสำคัญยิ่งยวด เพราะ UH-1 พยายามเข้าไปติดต่อซึ่งอ้างว่าส่งเสบียง ใน ๑๕ ก.ค.๒๕๕๔ เนื่องจากเสบียงหมดโดยที่ปฎิบัติงานได้ ๕ วัน เท่านั้น
    โดยปรกติการทำภารกิจลาดตระเวนทั่วไปจะต้องจัดเตรียมเสบียงไว้ไม่น้อยกว่า ๗ วัน ในหนึ่งวงรอบปฏิบัติการ

------
แก้ไข ครั้งที่ ๑. เพิ่มภาพประกอบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2011, 03:03:53 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #30 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 06:25:37 PM »


ลิงค์ : http://img717.imageshack.us/img717/83/20100730goouhcrash06p.jpg
--------
ตามข้อมูลในห้วงใกล้วันเกิดเหตุ UH-1 ตก และจากที่ทุกท่านได้ตั้งข้อสังเกต ตามสภาพแวดล้อมทั่วไปในพม่า
ขอบรรยายโดยสรุป.-

๑. UH-1  ส่งชุดแรกที่ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ บ้านห้วยม่วง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งที่ตั้งหน่วยเฉพาะกิจค่ายทัพพระยาเสือ คือ กรมทหารราบที่ ๑๙ อยู่ที่ ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นี่ก็น่าสงสัยว่าทำไม ไม่ลงจอด ณ. หน่วยที่ตั้ง

๒. UH-1 ก็บินขึ้นอีก อาจจะมีหลายลำ เนื่องจากชุดลาดตระเวนที่เหลือตกค้างอยู่ในป่าบริเวณจุดต้นแม่น้ำเพชร มีประมาณ ๓๖ นาย เกินอัตราบรรทุกได้ในคราวเดียว จนประสบเหตุชนเขา (?) ตกไฟไหม้ เมื่อ ๑๖ ก.ค.๒๕๕๔

๓. ผบ.พล ร.๙ จึงขึ้น UH-60L เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุทางอากาศ ยังจุดที่ UH-1ตก เมื่อวันที่ ๑๗  ก.ค.๒๕๕๔ เวลา ๑๔๐๐ น.

๔. เมื่ออากาศเปิด ด้วยความเร่งร้อน ห่วงใยลูกน้อง(?) ผบ.พล ร.๙ จึงขึ้น UH-60L เข้าไปยังจุดที่ UH-1ตก เพื่อรับร่างผู้เสียชีวิค
และประสบเหตุตก (เป็นลำที่ ๒) ที่อีกฟากของเทือกเขาไปยังด้านตะวันตก เขตแดนพม่า

๕. อะไร และทำไม จึงทำให้ Bell 212 ซึ่งบินไปารับการบำรุงรักษาที่ ศูนย์การบินทหารบก ลพบุรี มาแวะที่ กรมทหารราบที่ ๑๑ รอ. บางเขน และกลับไปยัง ค่ายฝึกรบพิเศษ แก่งกระจาน แต่ไม่ถึงที่หมาย ประสบเหตุตกก่อนที่จะถึงที่ว่าการอำเภอแ่ก่งกระจาน ประมาณ ๓ กิโลเมตร (เป็นลำที่ ๓)  หากเป็นภารกิจการบินสนับสนุนทางธุรการ ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต ๕+๙ ศพ ตามอ้าง ย่อมต้องร้องขอการสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน จากศูนย์การบินทหารบก ลพบุรี ได้อีก ซึ่งได้นักบินและช่างเครื่องชุดใหม่ เครื่องใหม่
- ทำไม ? ยังใช้นักบินและช่างเครื่องชุดเิดิม เครื่องเดิม ซึ่งต้องบินไป บินกลับให้เสียเวลา ไม่ใช้ันักบินและช่างเครื่องชุดใหม่ เครื่องใหม่ ปฎิบัติงานได้ต่อเนื่อง
--------------
ให้ทุกท่านลองเขียนคำตอบเล่น ๆ แล้วกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 02, 2011, 06:34:12 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #31 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 12:18:48 AM »

ก่อนตอบก็ไปหาข้อมูลว่า นักบินที่เสียชีวิตในลำที่ 3 ชื่ออะไร
แต่ดันไปเจอภาพนี้อะคะ



http://board.palungjit.com/showthread.php?t=299312&goto=lastpost
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #32 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 12:49:33 AM »

ดูภาพแล้วก็ไม่ต้องสนใจอะไรมาก
วกเข้าเรื่องต่อคะ

อ้างถึง
- ทำไม ? ยังใช้นักบินและช่างเครื่องชุดเิดิม เครื่องเดิม ซึ่งต้องบินไป บินกลับให้เสียเวลา ไม่ใช้ันักบินและช่างเครื่องชุดใหม่ เครื่องใหม่ ปฎิบัติงานได้ต่อเนื่อง
ุู^
^
นักบินกลุ่มนี้เขาชำนาญพื้นที่มากกว่ากระมัง


<a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeE1UUTRORGN3TWc9PQ==" target="_blank">http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeE1UUTRORGN3TWc9PQ==</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 03, 2011, 01:08:24 AM โดย ice angel » บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #33 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 02:08:19 AM »

ขออภัยทุกท่าน ที่ผมตอบคกหล่นไป ขอตอบที่คงค้าง
----
"เอ..เรื่องนี้ คล้ายกับสมัยใครหว่าจัดกองกำลังไปสู้กับทหารพม่า..สมัยนายกฯทักษิณ คุณบักฮูขี จำได้ไหมคะ"
ตอบ: คุณ'Bell  ครับ ยุทธ์ เขายายเที่ยง หลังจากนั้นไม่นาน The Phantom [Thaksin] ของอำมาตย์ ก็เชิญขึ้น ผบ.สส.
เรื่องย่อ
"๘ - ๙ มีนาคม ๒๕๔๒ พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย SPDC/ นายกรัฐมนตรีพม่าเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
๒๓ - ๒๖ เมษายน ๒๕๔๕ พล.อ.หม่อง เอ รองประธานสภารักษาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ของพม่าเดินทางมาเยือนไทย หลังจากเดินทางกลับ พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ว่า พล.อ.หม่อง เอ รับปากว่าจะร่วมปราบปรามขุมข่ายการผลิตยาบ้าในเขตพม่า แต่กลับปรากฏว่า ไม่นานนักมีความเคลื่อนไหวของทหารทั้ง 2 ฝ่ายที่บริเวณชายแดน
- ทหารฝ่ายไทยได้ซ้อมรบตาม "แผนสุรสีห์ ๑๔๓" ของกองทัพบกไทย
- ขณะที่ฝ่ายพม่า เคลื่อนกำลังเพื่อโจมตีชนกลุ่มน้อย

ผล: มีข่าวทหารพม่าเสียฐานที่มั่นให้กับชนกลุ่มน้อยไทยใหญ่ิ และสุดท้ายคือการปิดด่าน!!

----
- ทำไม ? ยังใช้นักบินและช่างเครื่องชุดเิดิม เครื่องเดิม ซึ่งต้องบินไป บินกลับให้เสียเวลา ไม่ใช้ันักบินและช่างเครื่องชุดใหม่ เครื่องใหม่ ปฎิบัติงานได้ต่อเนื่อง
"นักบินกลุ่มนี้เขาชำนาญพื้นที่มากกว่ากระมัง"

ตอบ: คุณ' ice angel ใช่ครับ เป็นพื้นที่ที่ต้องใช้ผู้ชำนาญและไม่ได้บินไปที่เขาพะเนินทุ่งเท่านั้น
----
แต่ผมชอบคำตอบนี้มากครับ
"สำหรับภาพถ่ายทางอากาศที่เห็นเป็นหลังคาบ้านเหมือนกระเบื้องสีส้มนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นใบคร้อ ลักษณะเป็นใบออกสีส้มขนาดใหญ่เหมือนใบตาล"
                                                                       นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อช.แก่งกระจาน
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #34 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 05:23:45 AM »

^ ^ ^

เจอแระ  มีคนโพสท์เรื่องชนกลุ่มน้อยไว้

อ้างถึง
เมื่อทักษิณเริ่มเข้ามาเป็นรัฐบาลในต้นเดือน กุมภาพันธ์ พศ. 2544 สุรยุทธ์ จุลานนท์ จึงสร้างสถานการณ์ที่ชายแดนด้วยการกล่าวหาว่า "พม่าบุกเข้ามาในเขตไทย" ทั้งที่พม่าอยู่ ที่สันเขตแดน (บ้านปางหนุน) ฝ่ายไทยกลับระดมยิงด้วยปืนใหญ่ทำให้ทหารพม่าเสียชีวิตหลายสิบคน ในขณะเดียวกันก็ใช้กองพันจู่โจมรบพิเศษจากจังหวัดลพบุรี จำนวน 1 กองร้อยปลอมตัวเป็นทหารชนกลุ่มน้อย "ไทยใหญ่" เข้าตีทหารพม่าที่ "กูเตงนายง" อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ทหารไทยตายไป 7 นาย บาดเจ็บ 3 นาย สูญหาย 1 นาย

สุรยุทธ์ จุลานนท์ สั่งให้ถอนกำลัง โดยรีบส่งทหารบาดเจ็บเข้ากทม.โดยปกปิดการกระทำการ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตกใจมากเมื่อรู้ว่าทหารที่สูญหายไปถูกทหารพม่าจับได้คือ "ส.ท.เจน" เมื่อนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปเยือนพม่า ทางรัฐบาลพม่าได้เปิดเผยเรื่องนี้ให้นายกฯได้รับทราบ ดังนั้นต่อมาพ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้ขอ "ส.ท.เจน" กลับมามาไทยโดยของความร่วมมือทำความเข้าใจกับทางรัฐบาลพม่า โดยทางรัฐบาลพม่าได้ยินยอมส่งตัว สท.เจน กลับมาเมืองไทยใน พ.ศ. 2547

นอกจากนี้ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังออกคำสั่งให้ทหาร"ไทยใหญ่" เข้ามาในเขตไทยแล้วไปเข้าตีกองกำลังทหารรัฐบาลพม่าตายหมด ที่ฐาน"บ้านนอแล" ติดกับอ่างขาง ที่"ดอยช้างมูบ" ติดกับดอยตุง และยังมีอีกหลายจุด หลายเหตุการณ์ปะทะในรูปแบบนี้ จนสุดท้ายปีพ.ศ. 2545 ได้ออกคำสั่ง จะให้ใช้กำลังบุกเข้าไปในประเทศพม่า โดยอ้างว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้"ไฟเขียว"กับปฏิบัติการณ์นี้แล้ว แต่แท้ที่จริงนั้นเป็นการกระทำเพื่อยังผลต่อแผนการทางการเมืองเท่านั้น เมื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ทราบเรื่อง จึงออกคำสั่งยับยั้งและให้ถอนทหารออกมาทั้งหมด ผลลัพธ์หลังจากนั้นจึงทำให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ปรับย้าย สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ. ไปเป็นผบ.สูงสุด


จะเห็นได้ว่าจากการที่สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้สร้าง สถานการณ์ขึ้นมาทั้งหมดก็เพราะต้องการจะล้ม พ.ต.ท. ทักษิณมาตั้งแต่ต้นปี 2544 จนถึงปัจจุบัน โดยคู่คิดที่สำคัญก็พล.อ. เปรม โดยมีมือไม้ทางการเมืองคือพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ อดีตเสนาธิการทหารบก และก็พล.อ. วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตแม่ทัพภาค 3

โดยความพยายามไม่จบ ในปีพ.ศ. 2548 พล.อ. เปรม และ สุรยุทธ์ ได้แอบแก้ไขโผโยกย้ายนายทหารประจำปี โดยแก้ไขให้ พล.อ. สนธิ บุญรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. และ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไปเป็นแม่ทัพภาค 3 ดั่งที่ นายสมัคร สุนทรเวช เคยเอามากล่าวลอยๆว่า "ฤาษีแปลงสาสน์" เมื่อ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ หวังการใหญ่โดยวางกำลังทางทหารอำนาจของตนเอง และอีกด้านหนึ่งเริ่มแผนการ "ล้มทักษิณ" โดยไปร่วมกับ ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาเปรม และ สนธิ ลิ้มทองกุล ดำเนินการ "สงครามข่าว" เพื่อทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ โดยใส่ร้ายป้ายสี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร โดยโยงเรื่องให้เกี่ยวข้องกับเบื้องสูงเพราะเลียนแบบกรณีเดียวกันกับที่ทำกับ "นายปรีดี พนมยงค์" โดยหวังจะให้พ.ต.ท.ทักษิณ พบจุดจบเดียวกันกับนายปรีดี

โดยในวันที่ 19 กรกฏาคม พ.ศ. 2549 ก่อนการรัฐประหาร 2 ดือนพอดี ได้ออกคำสั่งกองทัพบก ที่ 423 / 2549 เรื่องให้นายทหารรับราชการ จำนวน 129 นาย โดยเป็นคำสั่งปรับย้ายนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน ซึ่งเป็นการจัดทำเร่งด่วนนอกฤดูกาล เพราะการปรับย้ายนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน ปกติจะกระทำหลังพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหารรักษาพระองค์ เนื่องจากในคำสั่งระบุให้รับเงินประจำตำแหน่งตั้งแต่ กันยายนนี้ จึงต้องเร่งดำเนินการ โดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 เลือกเอาผู้บังคับบัญชาสามารถควบคุมได้ โดยหลักคือโยกย้ายนายทหารคุมกำลังของ พล.ร1รอ พล.ม2รอ และ พล.ปตอ โดยเฉพาะ พ.ท.สัญลักษณ์ ทั่งศิริ ผบ.ม.พัน4รอ. ที่คุมกำลังรถถังยึดเมืองหลวงเป็นสายตรงของ พล อ. สนธิ จนกระทำการจนสำเร็จเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงแม้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกราบาตร์ เข้าเจราหน้ากับ พล.ร.ท.พจุณห์ ตามประทีป คนสนิท พล.อ.เปรม เพื่อต่อรองขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศและจะไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรอีกแลกกับการยุติการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันมิตรฯแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะทุกอย่างได้วางแผนกระบวนการกันมาหมดแล้ว โดยพล.ท. สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาค 3 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจว่า "ผมได้เตรียมการมาตั้ง 8 เดือนมาแล้ว.."

และสุดท้ายกงล้อแห่งการหลอกลวงนี้ ก็กลับมาบดขยี้สติของคนไทยอีกครั้ง โดยการพยายามสร้างภาพความสงบทั้งปวงจากเหนือจรดใต้ว่าไร้การต่อต้านใดๆ จากฝ่ายประชาชน หรือฝ่ายประชาธิปไตย โดยการทำการ "ยกเลิก" รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ. 2540 ทิ้ง โดยยกเลิก หมวดพระมหากษัตริย์ พระราชอำนาจ และประชาชน ทิ้งทั้งหมด แต่ยังมีประชาชนอีกไม่น้อยที่รู้ไม่เท่าทันหลงเห็นดีเห็นงามกับการกระทำ กับโจรขโมยอำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์และประชาชนเยี่ยงนี้

 

http://www.guidescenter.com/message_board.php?msg_type=2&msg_id=9811
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #35 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 07:39:44 AM »

ก่อนอื่นต้องโฆษณาก่อน มีภาคพิศดารอ่านแล้วมันซาบซ่าน ของหัวข้อ: "เจอกลุ่ม"บ้านลึก (ไม่) ลับ" ใกล้จุดฮ.ตก" นี้ได้ที่.-

หัวข้อ: "เบื่อสังคมไทย..ไปทำงานเครื่องตกตาย..ชื่นชมตายเพื่อชาติ อยากอ้วกเว้ย"
http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=26515.0 จขกท. Bell (ฮา)

ตามคุณ'Bell ยกมาหละครับใช่เลย ผ้ม (บักฮูขี) ขอฝาก ฉก.๓๙๙ และ "แผนสุรสีห์ ๑๔๓" ไว้ในอ้อมใจน้อยๆ ด้วย (ฮา)

-----
ยุทธ์ เขายายเที่ยง นั้นตัวตนเขาเป็นเด็กสร้างของ ชวน ชอบปลามีไข่ เลยกร่างมาก ก่อนเกษียณ อยากโชว์พาว กระโดดร่ม
อีตอนลงพื้นล้มกลิ้ง ล้มหงายแขนขากางให้วุ่น ดีไม่เจ็บมากจนถึงล้มหมอนนอนเสื่อ

สาเหตุก็คือ ยุทธ์ เขายายเที่ยง ขณะนั้น เป็น ผบ.ทบ. หรือไม่ก็ ผบ.สส.  พอยืนขอบประตู เตรียมตัว เข้าที่
จั้มพ์มาสเตอร์ ตะโกน "อัลฟ่าวัน (A1) พร้อม!"

ยุทธ์ เขายายเที่ยง ยกตะขอดึงร่มเกี่ยวสลิงค์ มับ! และเป็นจังหวะเดียวกับจั้มพ์มาสเตอร์ ตบหลังกะโหลก ยุทย์ ที่มีหมวกกันกระแทกหุ้มไว้ ไปพร้อมกัน

ยุทธ์ เขายายเที่ยง ฉุนกึก คิดในใจ "ห่... สมัยกรูอยู่รบพิเศษ ไม่มีตบหัวนี่หว่า มรึงเล่นไรว่ะ" พลันหันขวับ! ตาเขียวปัั้ด กะจะเล่นงาน
...
ธรรมดาผู้คนทั่วไป พอปั่นพอถีบจักรยานได้ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้ปั่น ไม่ได้ถีบมาสามสิบสี่สิบปี เฒ่าชะแรแก่ชรา แค่ไหนก็ไม่ลืม พลร่มก็เช่นกัน ฉันใดก็ฉันนั้น
...

จั้มพ์มาสเตอร์ ตัวดี รู้ท่าทำการคอนตินิวอัส ต่อเนื่องทันที ตบเข้าที่ก้นอันงานงอนของ ยุทย์ เขายายเที่ยงพร้อมตะโกน

   "โก Go!"

วาสนายังตัดไม่ขาดจากพลร่ม คำว่า "Go!" กระแสเสียงยังไม่สิ้น ร่าง ยุทย์ เขายายเที่ยง เป็นอันลอยละลิ่ว ออกประตูเครื่องบินไปในฉับพลัน ทั้งที่ยังยืนไม่มั่น เพราะมัวแต่จ้องหน้าลูกน้อง แขนขากางให้วุ่นวาย
กว่าจะถึงพื้นได้ เล่นเอาหัวใจแทบหลุดออกทางปาก เก็บคอ งอเข่า เท้าชิด รอดแล้วกรู

ทางฟากเบื้องท้องฟ้า จั้มพ์มาสเตอร์ ตัวดี ชะเง้อคอมองตาม พอเห็นบังคับร่มได้แล้ว หันมามอง จั้มพ์มาสเตอร์ผู้ช่วย
ทั้งสองฝ่ายทำหน้าบึ้งเข้าหากัน และแล้วมุมปากทั้งสองข้างค่อย ๆ โค้งขึ้น ...
........
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,447



« ตอบ #36 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 08:34:20 PM »

เรื่องที่พี่ Bell นำเนื้อหามาให้อ่าน ตรงกับข่าวในวีดีโอนี้ใช่ไหมคะ

<a href="http://www.youtube-nocookie.com/v/MG2Mg8YY8N4?version=3&amp;amp;hl" target="_blank">http://www.youtube-nocookie.com/v/MG2Mg8YY8N4?version=3&amp;amp;hl</a>
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #37 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 09:11:22 PM »


หลักกิโล ณ.จุดกางเต้นท์เขาพะเนินทุ่ง (พะเนินทุ่ง - แก่งกระจาน ๕๐ กม. พะเนินทุ่ง - แก่งกระจาน กรุงเทพฯ ๒๓๐ กม.)
-----
ในกรณี "สามเวหนหล่นฟาดพื้น: Trio Helicopter Crashed Down"

จากความสัมพันธ์ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของสองรัฐระหว่างไทย-พม่า ทำให้มองผ่านสายตาที่ฝ้ามัว ตามความลำเอียง รัก กลัว หลง เกรง
เป็นธรรมชาติวิสัยของการข่าว มีหลายเว็บบอร์ดอ้างข่าวจากพม่า เมือผมสืบค้นหาต้นตอได้จากสำนักอิริยวดี เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง  เป็นอีกข้อมูลหนึ่ง ที่นำมาประกอบการพิจารณา สำนวนแปลแบบกึ่งทางการ โดย บักฮูขี & สหาย
-------
Thai Black Hawk Found in Burmese Jungle
By SAW YAN NAING Friday, July 22, 2011
http://www.irrawaddy.org/article.php?art_id=21745

All nine people aboard a Thai army Black Hawk helicopter that crashed earlier this week were confirmed dead after the helicopter was located in dense jungle in Burma with the help of the Burmese army and Karen villagers, Thai authorities told reporters at a press conference on Friday.
หน่วยงานต้นสังกัด (ทบ.) ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (๒๒ ก.ค.๒๕๕๔) ว่า นักบิน, ช่างเครื่อง และ ผู้โดยสาร รวมทั้งหมดเก้าคน บนเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ของกองทัพบกไทย ที่ประสบเหตุตกเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ (ก่อน ๒๒ ก.ค.๒๕๕๔)ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตทั้งหมดตาย หลังจากที่ค้นพบจุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกในดงทึบเขตพม่า ด้วยความช่วยเหลือของกองทัพพม่า และชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่

Kaeng Krachan National Park deputy chief Teerapat Prayulsit told The Bangkok Post on Friday that the Black Hawk was found near the site of another helicopter crash that occurred on Saturday. Five people were killed in Saturday's crash.
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (ตำแน่งที่ถูกต้องคือ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช- บักฮู) ได้ให้ข่าวกับบางกอกโพสต์เมื่อวันศุกร์ (๒๒ ก.ค.๒๕๕๔) ว่า ได้พบ ฮ.แบล็คฮอว์คตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับฮ.อีกลำ (ฮิวอี้) ที่ตกเมื่อวันเสาร์ (๑๖ ก.ค.๒๕๕๔) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม ๕ คน

Karen villagers in Thailand acted as guides and carried rations for a Thai army search team, while the Burmese army also assisted in the ground search, which began on Wednesday.
ชาวกะเหรี่ยงไทยในพื้นที่ได้เข้าร่วมปฎิบัติการ โดยทำหน้าที่นำทาง และลูกหาบขนสัมภาระ เพื่อช่วยทีมค้นหาฯ ในขณะเดียวกันทหารพท่าก็เข้าร่วมค้นหาทางพื้นดินด้วย ซึ่งได้เริ่มปฎิบัติการตั้งแต่วันพุธ (๒๐ ก.ค.๒๕๕๔) ที่ผ่านมา

Lt-Gen Udomdej Sitabutr, the commander of the Thai army's First Army Area, said the crash appeared to have been caused by turbulence, according to a report by the Bangkok-based newspaper, The Nation. He said the helicopter did not explode but was smashed, apparently because the turbulence caused it to rotate down very fast.
พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาค ๑ ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า สาเหตุที่ทำให้ ฮ.ตก นั้นมีข้อสับสนจากการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง, เนชั่น. และให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ฮ.ไม่ได้ระเบิด (กลางอากาศ?) หากแตหักพังเสียหายอย่างชัดเจนแน่นอน จาก่สูญเสียการทรงตัวเป็นเหตุให้ตกกระแทกพื้นต้วยความเร็วสูง

Despite reports that blamed the crash on bad weather, there have also been rumors that the helicopter was shot down.
แม้จะมีรายงานที่ตำหนิความผิดพลาดทำให้ ฮ.ตก เกิดจาก สภาพอากาศเลวร้าย แต่ก็ยังมีข่าวลือว่าเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก

The crash occurred in an area of Tenasserim Region where several Burmese army battalions are stationed, including Light Infantry Battalion (LIB) 101 under Military Operation Command (MOC) 20 and LIB 560, under MOC 13.
ฮ.แบล็คฮอว์คที่ตกนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ของแคว้นตะนาวศรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยทหารพม่าหลายกองพัน ประกอบด้วย
กองพันทหารราบเบาที่ ๑๐๑ หน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการทหารที่ ๒๐ และ กองพันทหารราบเบาที่ ๕๖๐ หน่วยขึ้นตรงของกองบัญชาการทหารที่ ๑๓
(ในเขตหรือแคว้นตะนาวศรี มี ๓ กองบัญชาการฯ.- ๑. 20th Military Operations Command (MOC-20), ๒. 13rd Military Operations Command (MOC-13), ๓. 8th Military Operations Command (MOC-8) -บักฮู)

Karen National Liberation Army (KNLA) Brigade 4 also has camps in the area along the Thai-Burmese border. Sources from the ethnic Karen rebel army said that Thai soldiers in Thailand's Ratchaburi Province initially accused the group of firing on the Black Hawk.
กองพลน้อยที่ ๔ แห่งกองทัพปลดปล่อยชาวกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNLA)  นอกจากนี้ยังมีค่ายในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทยพม่า. แหล่งข่าวจากกองกำลังปฎิวัติกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง กล่าวว่า ทหารไทยในหน่วยที่ตั้งจังหวัดราชบุรีได้กล่าวหาว่า กลุ่มของเขาเป็นผู้ยิง ฮ.แบล็คฮอว์ค

The Thai army said that the nine bodies recovered from the crash site, including that of a TV cameraman, would be carried to an army base on top of a 1,100-meter-high mountain to be transported later by helicopter.
กองทัพบกไทย ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้ง ๙ ราย จากพื้นที่ประสบเหตุ ซึ่งรวมกับ ช่างภาพทีวี ๑ ราย, ได้ทำการลำเลียงไปที่ฐานทหาร(พม่า) บนเนิน ๑๑๐๐ และจะขนส่งทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ในภายหลัง.

Army spokesman Col Sansern Kaewkamnerd told The Nation that the Black Hawk was deployed on Tuesday to recover the bodies of the those killed in Saturday's crash because all sides had confirmed that the weather was clear enough to make the journey, especially with the Black Hawk's superior capabilities.
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกกองทัพบก ได้กล่าวกับ "The Nation" ว่า ฮ.แบล็คฮอว์คถูกใช้งานปฎิบัติการในวันอังคารที่ (๑๙ ก.ค.๒๕๕๔) เพื่อกู้การกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุกาณ์วันเสาร์ (๑๖ ก.ค.๒๕๕๔-ฮิวอี้) เพราะว่าทุกฝ่ายได้ยืนยันว่าสภาพอากาศเปิด และทัศนวิสัยดี พอที่จะทำให้การเดินทางเข้าไปได้ ทั้งโดยเฉพาะ ฮ.แบล็คฮอว์ค เป็นฮ. ที่มีสมรรถนะสูง.

Contact was lost with the Black Hawk on Tuesday and it was reported to have come down in dense jungle near the Burmese border.
การติดต่อสื่อสารกับ ฮ.แบล็คฮอว์ค ในวันอังคาร (๑๙ ก.ค.๒๕๕๔) ได้ขาดหายไป และได้รับรายงานว่า (ฮ.แบล็คฮอว์ค) ได้ตกในดงทึบใกล้เขตชายแดนพม่า

Many search-and-rescue teams were dispatched to look for the Black Hawk and all the nine people on board after it disappeared. An antenna was even set up in the jungle on Thursday to try to catch any cell phone signals from those on board, but nothing was detected.
ทีมค้นหาและกู้ชีพจำนวนมากถูกส่งไปค้นหา ฮ.แบล็คฮอว์ค และคณะผู้เดินทางทั้งเก้าคน หลังจากการติดต่อสื่อสารหายไป. ได้มีการติดตั้งเสาอากาศขึ้นในป่าเมื่อวันพฤหัสบดี (๒๐ ก.ค.๒๕๕๔) เพื่อที่จะดักจับสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือคณะผู้เดินทาง แต่ไม่พบสัญญาณใด ๆ

A Bangkok Post report on Thursday said that Thai soldiers who were waiting for the Black Hawk on a nearby mountain reported hearing an explosion in the direction where the incident happened.
บางกอกโพสต์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (๒๐ ก.ค.๒๕๕๔) ว่าทหารชาวไทยที่กำลังคอย ฮ.แบล็คฮอว์ค บนเขาที่ใกล้เคียง
ได้รายงานว่าได้ยินเสียงการระเบิดในทิศทางที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


On Aug 28, 1997, a Thai army Jet Ranger helicopter was apparently shot down by Burmese government troops. The helicopter was flying during bad weather over a small piece of Burma which juts into Thailand, south of the Thai border town of Mae Sot.
 เมื่อ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ เฮลิคอปเตอร์แบบลำเลียงจู่โจมของกองทัพไทย ถูกยิงตกลงโดยทหารรัฐบาลพม่า. เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย บินข้ามรอยต่อเล็ก ๆ ที่ยื่นเข้ามาในประเทศไทยทางตอนใต้แม่สอด(จ.ตาก)
(ข่าวนี้ค้นหาแล้วมีเพียง http://www.irrawaddy.org/print_article.php?art_id=569 สำนักเดียวกัน -บักฮู)

Thai military sources only confirmed that the plane went down in bad weather. However, Burmese rebels claimed that the plane was shot down by troops from the Burmese government under Light Infantry Division 32, led by captains Thein Lwin and Kyaw San at that time.
แหล่งข่าวจากกองทัพบกไทย ให้การยืนยันว่า เฮลิคอปเตอร์ตกจากสาเหตุสภาพอากาศเลวร้าย. อย่าไรก็ตาม, กองกำลังปฎิวัติพม่า ได้ระบุ (กล่าวหา) ว่า เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกลงโดยทหารรัฐบาลพม่า. กองพลทหารราบเบาที่ ๓๒ ภายใต้การบังคับบัญชาของ ร.อ.เตียน ลวิน Thein Lwin และ (ร.อ.) เกียว ซาน Kyaw San ในขณะนั้น

Thai military personnel were only allowed to conduct a land search for the helicopter after Sept 15, 1997, and some sources suspect that Burmese troops had already destroyed the helicopter and disposed of the dead soldiers by this time.
เจ้าหน้าที่ทางทหารของไทยได้รับอนุญาตให้ดำเนินการค้นหาเฮลิคอปเตอร์ทางภาคพื้นดินเท่านั้น (ที่ตก ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ -ตามอ้าง) ภายหลังจากวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๐  และแหล่งข่าวบางส่วนสงสัยว่ากองกำลังทหารพม่าได้ทำลายเฮลิคอปเตอร์และกำจัดร่างของทหารที่ตายไปแล้วเรียบร้อย ในขณะนั้น

It was reported that rebel units based on the border had intercepted this information via Burmese army radio transmissions. However, the Thai authorities, particularly the Defense Ministry and Ministry of Foreign Affairs and security agencies, neither confirmed nor denied the dissident's statements at that time.
นี่เป็นรายงานจากหน่วยกองกำลังปฎิวัติพม่าซึ่งตั้งฐานตามชายแดน (ไทย-พม่า) ได้ดักจับข้อมูลนี้ จากการสื่อสารทางวิทยุของทหารพม่า อย่างไรก็ตามหน่วยงานของไทยโดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคง ไม่ได้ให้การยืนยัน หรือถูกปฏิเสธข้อขัดแย้งนี้ในเวลานั้น
-----
 COMMENTS (5)
Pho Lone Wrote:   30/07/2011
Activity is high at the moment around border. Everyone need to pay extra care when dealing in the area. Difficult to find out, who did it.

normalman Wrote:   29/07/2011
How to know thai helicopter was shot by burmese military or karen ?

Peter Ole Kvint Wrote:   28/07/2011
This is a absurd story. What made ??the first Thai patrol in Burma, in rain, in jungle and without GPS? What did the helicopter make? They can not land in a jungle of trees and rocks. "Karen villagers" = KNLA?

man sricha Wrote:   27/07/2011
At this moment I'm quite sure that both h'copters were shot down. The question is the first h'copter went there for what mission?Huh?

Smith Wrote:   24/07/2011
I have searched all the news from other news web sites but none of them mention it was shot down (even as a rumor)except this site. Sometime you guys are too much bias and twisting the fact. Be professional, guys.
----
ส่วนเม้นต์ของเขาขอละไว้ไม่แปลก็แล้วกัน ดุเด็ดเผ๊ดมัน อีหลีดีลิเฌียส พอ ๆ กับบอร์ดนี้ได้ไหม
----
แก้ ๑.เน้นคำแปลเป็นตัวเอียง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 05, 2011, 01:04:49 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #38 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2011, 01:39:26 PM »

ขอแจ้งข่าวเรื่อง ภาพที่ผมแปะประกอบกระทู้จะเห็นเป็นภาพในกล่องฟ้า มักจะเกิดในกรณี.-
๑. ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows ใช้ ฺBrowser: Mozilla FireFox, Internet Explorer(IE)
๒. ใช้ระบบปฎิบัติการ Ubuntu  ใช้  ฺBrowser: Mozilla FireFox, Google Chrome
สาเหตุ : มาจากการถ่ายทอดข้อมูลจากเว็บอัพโหลดมายังบอร์ดได้ไม่ต่อเนื่อง และ/หรือ แคช ของบราวเซอร์เสียหายหรือเต็ม
วิธีแก้ไข
- ตามที่ผมตอบ:คุณ'Bell  ลอง Log Out และ Log In ใหม่ครับ หากอาการยังไม่หาย ให้ปิด บราวเซอร์ แล้วเปิดใหม่ครับ หรืออาจต้องรีบูตเครื่องใหม่อีกครั้งครับตามลำดับ
- ผมเพิ่มลิงค์ไว้ใต้ภาพที่โพสต์แล้วครับ (ผมไล่แก้ไขให้หมดเรียบร้อย)
------
ส่วนตัวผม บน Windows ใช้ OperaTor เป็นหลัก, บน Ubuntu ใช้ OperaTor ผ่าน Wine หรือ Mozilla FireFox, Opera ผ่าน Tor Project (Vidalia + Polipo)
------
ในภาพจากดาวเทียมกลุ่ม"บ้านลึก (ไม่) ลับ" ใกล้จุดฮ.ตก ก็มีแผนที่ ในแผนที่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ภูมิประเทศ

                            ภาพแผนที่แบ่งตามตระกูลภาษาชาติพันธุ์ุ์


จากแผนที่จะเห็นได้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอยู่ติดชายแดนไทย จากแม่ฮ่องสอนถึงชุมพร
----
ข้อมูลพื้นฐานจากวิกิ ภาษานอกจากภาษาพม่า ซึ่งเป็นภาษาทางการแล้ว
พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศถึงอีก 18 ภาษา โดยแบ่งตามตระกูลภาษาได้ดังนี้

ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาปะหล่อง ภาษาปะลัง (ปลัง) ภาษาปะรวก และภาษาว้า
ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาทางการ) ภาษากะเหรี่ยง ภาษาอารากัน (ยะไข่) ภาษาจิงผ่อ (กะฉิ่น) และ ภาษาอาข่า
ตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาไทใหญ่ (ฉาน) ภาษาไทลื้อ ภาษาไทขึน ภาษาไทคำตี่ มีผู้พูดหนาแน่นในรัฐฉาน และรัฐกะฉิ่น

ส่วนภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาไทยกลาง และภาษาไทยถิ่นอีสาน มีผู้พูดในเขตตะนาวศรี
ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและภาษาเย้า (เมี่ยน)
ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียน ได้แก่ ภาษามอเกนและภาษามาเลย์ ในเขตตะนาวศรี
-----
ข้อคิดเห็น
กรณีขัดแย้งตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มีสาเหตุหลักใหญ่ใจความก็คือ ฝ่ายทหารของไทยกระทำตัวเป็นรัฐซ้อนรัฐตลอดเวลา เหมือนนักเลงเรียกค่าคุ้มครอง ขอหุ้นลม บางทีหนักข้อเป็นแคชเชียร์เก็บเงินเองเสียด้วยซ้ำไป

ซึ่งตามแนวกรอบเดิมการยั่วยุในแนวทางล้าหลังคลั่งชาติมักได้ผล แต่บัดนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้วชาวไทยตาแจ้งจ่างป่าง

เหตุการณ์หลายอย่างที่ปะทุ ผุดโผล่ในห้วงรัฐบาลรักษาการฯ (หลังยุบสภาฯ) ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับรู้ถึงความระยำตำบอนต่าง ๆ ฝ่ายการต่างประเทศของเพื่อนบ้าน (โดยการหนุนหลังจากมหาอำนาจ) ซึ่งอยากทำมาค้าขึ้นก็คงระอากับ ตลก.แลนด์ เลยรวมหัววางสเต็ป นั่นแยง นี่ยั่ว โน่นฟ้อง นั่นยึด ทำให้รัฐบาลรักษาการฯ ยืนเป็นตุ๊กตาล้มลุก กรอบเวลาที่จำกัดทำให้ต้องทิ้งให้เป็นภาระกับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมารับหน้าที่แทน
- เมื่อรัฐบาลชุดใหม่แก้ไขได้ดี ก็รับเงินรับกล่องไป (ฝ่ายเพื่อนบ้านก็หย่อนข้อรอมือลงหน่อย)
- รัฐบาล อะปี้สิด เว็จ นั้น ประชาชนชาวไทยก็ ตราตรึงไว้ในความทรงจำถึงความเลวระยำตำบอน
-----
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #39 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2011, 01:51:08 PM »

ความเห็นข้อนี้อาจตรงกับหลายท่าน จาก มีภาพหลักกิโล
http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=26728.msg136819#msg136819
Peter Ole Kvint Wrote:   28/07/2011
This is a absurd story. What made ??the first Thai patrol in Burma, in rain, in jungle and without GPS? What did the helicopter make? They can not land in a jungle of trees and rocks. "Karen villagers" = KNLA?

ปีเตอร์ โอเล่ ควิน
เป็นเรื่องงี่เง่าไร้สาระสิ้นดี. อะไรที่ทำให้?.. หน่วยลาดตระเวนไทย(ที่เปิดเผยรายแรก) เข้าไปในประเทศพม่า ท่ามกลางสายฝนในดงทึบ ปราศจากเครื่องบอกพิกัด GPS? แล้วคอปเตอร์ มาทำไร หล่ะ? แล้วเจือก ลงจอด บ่ได้ ในดงไม้ ดงหิน. "ชาวบ้านกะเหรี่ยง"= KNLA (KNLA: Karen National Liberal Army; กองทัพสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอิสระ;กองทัพปลดปล่อยชาวกะเหรี่ยงแห่งชาติ) แม่นบ่ ?
----
ตอบ: เข้าไปเก็บผักหวาน มี GPS ก็ไม่ได้อัพแผนที่ ถึงมีแผนที่ก็เดินยาก ว่ะเพื่อน อัตราทางราบต่อทางตั้ง ชันโคตร ๆ เลยใช้ "ชาวบ้านกะเหรี่ยง" นำทางไง. เคเอ็นแอลเอ ไม่ใช่ มันไม่ได้อยู่ร้อยเอ็ด แล้วคอปเตอร์มันก็มารับผักหวาน สิโว้ย กิโลกรัมหนึ่งหลายงินเชียวนะ เพือก
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #40 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2011, 10:39:00 PM »

ผักหวาน..  

เลยต้องเอาค็อปเตอร์มารับ..
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #41 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2011, 11:44:28 PM »

http://www.isnhotnews.com/2010/07/เจรจาสำเร็จ-พม่ายุติสร้/
เจรจาสำเร็จ พม่ายุติสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนพิพาท
กรกฎาคม 12, 2010   
Filed under breakingnews, ข่าวทั่วไป

Leave a Comment

เมื่อเวลา 12.00 น.วานนี้ (11 ก.ค.) นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พร้อม พ.ท.สรรค์ ทวีศรี หน.หน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า และ พ.ท.ฐกัส ปลอดศิริ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง นัดประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ พ.ท.อ่องวินไข่ ผบ.กองพันพยาตองซู ร.32 ของพม่า และผู้ติดตามที่บริษัทแห่งหนึ่ง ใกล้วัดเตาถ่าน อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ท่ามกลางสื่อมวลชนมารอความคืบหน้ากรณี พ.ท.อ่องวินไข่ สั่งให้ทหารพม่าควบคุมคนก่อสร้างถนนคอนกรีตเข้ามาในพื้นที่ด้านหลังโรงเรียน บ้านซองกาเลีย หมู่ 8 บ้านพระเจดีย์ ต.หนองลู เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) ทำให้ พ.ท.ฐกัส นำกำลังทหารเข้าเจรจาเพื่อขอให้พม่าหยุดก่อสร้างไว้ชั่วคราว เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นเขตปักปันชายแดนที่ยังไม่ชัดเจน และต่างฝ่ายต่างถือแผนที่คนละฉบับ ซึ่งการเจรจาวันนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมรับฟัง
--- รายละเอียดตามลิ้งค์ ---
----
http://www.innnews.co.th/โดนระเบิด-คนงานบ-ITDกว่า50หนีเข้าไทย--299905_04.html
โดนระเบิด!คนงานบ.ITDกว่า50หนีเข้าไทย
ข่าวต่างประเทศ วันอังคารที่ 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 04:49 น.

สื่อพม่าเผย คนงานกว่า 50 คน ของบริษัท อิตาเลียน - ไทย ในพม่าที่สร้างทางหลวงเชื่อมต่อชายแดน ไทย - พม่า หนีเข้าไทย หลังรัฐบาลพม่าเปิดฉากสู้รบกับกบฏแถวตะเข็บชายแดน ยังไม่มีรายงานคนงานไทยเสียชีวิต

สื่ออิระวะดี ของพม่า เผยแพร่ข่าว พนักงานกว่า 50 คน ของบริษัท อิตาเลียน - ไทย (ITD) ที่ได้รับเหมาให้มีการดำเนินงาน สร้างทางหลวงบริเวณชายแดน จากภาคตะวันตกของไทย จังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมต่อกับเมืองทวอย ชายฝั่งทะเลของพม่า โดยโครงการมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาโครงการ ท่าเรือน้ำลึก และแหล่งอุตสหกรรมขนาดใหญ่ ของพม่า ซึ่งคนงานกว่า 50 คน ได้หลบหนีออกจากแคมป์ เข้ามาในเขตพื้นที่ของประเทศไทย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวใกล้กับ การสู้รบของ รัฐบาล กับ กลุ่มกบฏกะเหรี่ยง KNLA ทำให้บริเวณแคมป์คนงาน บริษัท อิตาเลียน - ไทย ได้รับผลกระทบ อย่างมากโดยมีกระสุนปืนใหญ่ตกใส่ในแคมป์จนได้รับความเสียหาย ล่าสุด ยังไม่มีรายงานพนักงานในบริษัทที่เป็นคนไทยเสียชีวิต ขณะที่ ทหารของฝั่งรัฐบาลพม่า เสียชีวิตจากการปะทะไปอย่างน้อย 6 ราย ขณะที่ ทางกบฏ KNLA ได้ออกโรง ขัดขวางการสร้างทางหลวงดังกล่าวให้เหตุผลว่า เป็นการสร้างผลกระทบต่อประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น จึงมีการก่อความไม่สงบเพื่อต่อต้านโครงการของรัฐบาล

Link : http://www.innnews.co.th/โดนระเบิด-คนงานบ-ITDกว่า50หนีเข้าไทย--299905_04.html
---
http://www.pinonlines.com/?q=node/27321
นักวิชาการชาติพันธุ์ชี้ "ฮ.ตก" เกิดจากปฏิบัติการผิดพลาดกวาดล้างชาวบ้าน
.: ศูนย์ข่าวอิศรา

       ผอ.ศูนย์กะเหรี่ยงศึกษา เผยข้อมูล ฮ.ตกแก่งกระจาน จากปฏิบัติการผลักดันชนกลุ่มน้อย เข้าใจผิดว่าชาวบ้านเป็นกะหร่างหนีภัยสงครามพม่า มาบุกรุกป่า-ขนยาเสพติดชายแดนไทย ระบุมีหลักฐานเป็นชุมชนอยู่กับป่ามานาน แฉกรมป่าไม้ทำเกินเหตุเผาบ้านยึดทรัพย์ ส.นักข่าวฯจัดเวทีเปิดประเด็นจันทร์นี้

       จากการสูญเสียชีวิตของทหาร และสื่อมวลชน 17 รายในเหตุการณ์เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างวันที่ 16-24 ก.ค.54 อันสืบเนื่องมากจากปฏิบัติการโครงการลาดตระเวนเชิงคุณภาพในพื้นที่อุทยานฯ ปี 2552-2554 ซึ่งเป็นภารกิจในการหาข้อมูลและผลักดันชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ให้กลับถิ่นฐานเดิม

       และก่อนหน้านี้ นายสุริยนต์ โพธิบัณฑิต ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มผู้บุกรุกเป็นชนกลุ่มน้อย "ชาวกะหร่าง" ที่อพยพหนีภัยสงครามจากพม่า มาปลูกสร้างบ้าน ทำไร่เลื่อนลอย รวมทั้งปลูกกัญชากระจายตามแนวชายแดนร่วม 200 กิโลเมตร มากกว่า 100 จุด ที่ผ่านมาไม่เคยใช้กำลังปราบปราม และมีบางกลุ่มที่เป็นอันตราย และยากต่อการจับกุม ซึ่งอาศัยพื้นที่ในการลำเลียงขนส่งยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

       จากกรณีดังกล่าว นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ตั้งข้อสังเกตุว่า เจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการเผาทำลายบ้านเรือน สิ่งของ และยึดทรัพย์ชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นฐานที่มั่นกองกำลังไม่ทราบฝ่าย โดยรายงานสรุปผลปฏิบัติการผลักดัน/จับกุมวันที่ 23-26 มิ.ย. ระบุว่า จับกุมชนกลุ่มน้อยได้ 9 ราย และพบของกลาง คือ เคียว ขวาน ตะไบ เสียม ปืนแก๊ป 2 กระบอก สร้อยคอลูกปัด ฯลฯ ส่วนบ้าน เสื้อผ้า อาหาร ของชาวบ้าน ได้เผาทำลายทิ้ง เพื่อผลักดันกลับถิ่นฐาน

       "คนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในพื้นที่นานแล้ว จากภาพถ่ายปรากฏเพิงพักที่มีต้นหมากรายรอบ การที่กะเหรี่ยงปลูกต้นหมากคือการลงหลักปักฐานในพื้นที่นั้นๆ และของกลางที่ยึดคืออุปกรณ์ทำไร่ ไม่ใช่อาวุธ"

       นายสุรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การรายงานข่าวยังก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ "กะหร่าง" ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน มีแต่ "กะเหรี่ยง" และข้อกล่าวหาทำไร่เลื่อนลอยก็ไม่สมเหตุผล และขัดกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ส.ค. 53 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ที่ห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอหลักการ แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ

       "โดยเฉพาะข้อ 1.2 เรื่องส่งเสริมและยอมรับระบบไร่หมุนเวียนซึ่งเป็นวิถีวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่เอื้อต่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและวิถีชีวิตพอเพียง รวมทั้งผลักดันให้ระบบไร่ หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยงเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยให้หน่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้รับผิดชอบผลักดันนโยบาย" ผอ. ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าว

       ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 8 ส.ค.นี้ เวลา 10:00 -12: 00 น. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาเรื่อง "ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายวุฒิ บุญเลิศ ประธานประชาคมอำเภอสวนผึ้ง และนายสุรพล เข้าร่วม.
----
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #42 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2011, 12:40:19 AM »

จากกระทู้ข้างบน นักวิชาการชาติพันธุ์ชี้ "ฮ.ตก" เกิดจากปฏิบัติการผิดพลาดกวาดล้างชาวบ้าน
   http://www.pinonlines.com/?q=node/27321
.: ศูนย์ข่าวอิศรา
ผอ.ศูนย์กะเหรี่ยงศึกษา เผยข้อมูล ฮ.ตกแก่งกระจาน จากปฏิบัติการผลักดันชนกลุ่มน้อย เข้าใจผิดว่าชาวบ้านเป็นกะหร่างหนีภัยสงครามพม่า มาบุกรุกป่า-ขนยาเสพติดชายแดนไทย ระบุมีหลักฐานเป็นชุมชนอยู่กับป่ามานาน แฉกรมป่าไม้ทำเกินเหตุเผาบ้านยึดทรัพย์ ส.นักข่าวฯจัดเวทีเปิดประเด็นจันทร์นี้
....
       ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 8 ส.ค.นี้ เวลา 10:00 -12: 00 น. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จะจัดกิจกรรมราชดำเนินเสวนาเรื่อง "ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายวุฒิ บุญเลิศ ประธานประชาคมอำเภอสวนผึ้ง และนายสุรพล เข้าร่วม.
------
และก็มี "เสวนาวิวาทะระหว่างหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับนักสิทธิมนุษยชนผู้เชี่ยวชาญด้านกะเหรี่ยงศึกษา"
ดังรายงานข่าว
------
เสวนา ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ลิ้งค์ http://prachatai.com/journal/2011/08/36402
หรือ http://prachatai3.info/journal/2011/08/36402
Tue, 2011-08-09 01:37

เสวนาวิวาทะระหว่างหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับนักสิทธิมนุษยชนผู้เชี่ยวชาญด้านกะเหรี่ยงศึกษา กรณีการจับกุมชาวกะเหรี่ยงในผืนป่าแก่งกระจาน ซึ่งมีความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาแตกต่างมาก แต่ทั้งหมดถูกกลบไว้ด้วยเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกจำนวน 3 ลำ และมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 17 ราย

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2554 เวลา 10.00 น. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยบร่วมกับสถาบันอิศรามูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมจัดราชดำเนินเสวนา เรื่อง “ฮ. ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน”


หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอ้างผลักดันชนกลุ่มน้อยจากพม่า ห่วงปัญหายาเสพติด

โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เล่าถึงพื้นที่ป่าแก่งกระจานว่ามีพื้นที่กว้างมากกว่า 1.8 ล้านไร่ ต้องใช้เวลามากกว่า 15 วัน จึงจะเดินได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ ดังนั้นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการสำรวจพื้นที่ป่า ซึ่งกรณีของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ที่ถูกจับกุมนั้น เป็นคนที่อพยพมาจากประเทศพม่า

ทั้งนี้ เมื่อปี 2537 ทางการเคยอพยพชนกลุ่มน้อยจากป่าลึกมายังบ้านบางกลอย จัดสรรพื้นที่ให้ 7-15 ไร่ และจัดพื้นที่อยู่คนละ 3 งาน หลังจากนั้นไม่มีโครงการพระราชดำริและไม่มีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเข้าไปดูแล เมื่ออพยพแล้วบ้านที่มีอยู่ก็เป็นบ้านว่าง ชนกลุ่มน้อยจากพม่าก็เข้ามาอยู่แทน และจากที่ใช้เฮลิคิปเตอร์ของโครงการชั่งหัวมัน ก็พบซึ่งไม่ใช้การบุกรุกเพิ่มเติม แต่เป็นการใช้พื้นที่เดิมในการทำไร่ โดยอยู่อาศัยห่างๆ กัน 1-2 กิโล ซึ่งใช้เวลาเดิน 1-2 วันกว่าจะถึงบ้านแต่ละหลัง

สำหรับโครงการอพยพชนกลุ่มน้อยออกจากพื้นที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดปี 2552-2553 รวมแล้ว 6 ครั้ง โดยเข้าไปเจรจากับชนกลุ่มน้อย 2 ครั้งแต่ไม่ได้ผล จึงเริ่มทำการจับกุมในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย 2 ครั้งแรกที่เริ่มการเจรจานั้น ดำเนินการโดยอุทยานฯ จากนั้น ครั้งที่ 3-5 เป็นการสนธิกำลังกับทหาร และ ครั้งที่ 6 เป็นภารกิจของทหาร เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบินตามแนวสันแดนไม่ได้ จึงต้องยกภารกิจให้กองทัพเป็นผู้ปฏิบัติการ กระทั่งเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกต่อเนื่องกัน 3 ลำดังที่เป็นข่าว

ส่วนข่าวที่ออกมาว่า เจ้าหน้าที่อุทยานไปทำการเผาบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านนั้น หัวหน้าเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานปฏิเสธว่า เป็นการเผาทำลายซากบ้านเรือนที่ไม่มีคนอยู่อาศัยแล้ว

โดยนายชัยวัฒน์ย้ำว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ ปัญหายาเสพติด ที่พบว่ามีการปลูกกัญชาอยู่หลายแปลง พร้อมกล่าวว่า จากการลงพื้นที่หลายครั้งได้พบกองกำลังติดอาวุธแต่ไม่มีการปะทะกัน

สำหรับจุด ฮ. ตก นั้นเป็นการตกที่ตะเข็บชายแดนจริง
 

ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและการพัฒนาระบุ อุทยานฯ ละเมิดมติ ครม. 2553

นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและการพัฒนาชี้แจงความหมายของคำว่า กะเหรี่ยงกับกะหร่าง ว่า เป็นการใช้คำผิดมาตลอด ซึ่งคำว่า “กะหร่าง” มีนัยยะดูถูกเหยียดหยามกลุ่มชาติพันธุ์เหมือนคำว่าเจ๊ก

โดยนายสุรพงษ์กล่าวว่าที่มาที่ไปของคำว่ากระหร่าง คือ คนกระเหรี่ยงในประเทศไทยมีประมาณห้าแสนคนแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ สะอร์ หรือที่เรียกตัวเองว่าปากะญอ กลุ่มที่สอง คือกระเหรี่ยงโป ที่เรียกตัวเองโพล่ง หรือโผล่ว

กระเหรี่ยงแถวๆ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี เป็นกระเหรี่ยงโป ส่วนปากะญอ เป็นกลุ่มน้อย จึงถูกเรียกว่ากระหร่าง ในความหมายที่ว่า ไม่ใช่กระเหรี่ยงแท้ สำหรับ กระเหรี่ยง บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีนี้ ทางมูลนิธิไปสำรวจมาตั้งแต่ปี 2526 พบว่ามีชาวบ้านกระเหรี่ยงอยู่มาก่อนแล้ว จนกระทั่งปี พ.ศ. 2530 มีการจัดทะเบียนชาวเขาเป็นความร่วมมือระหว่างกะทรวงมหาดไทย ศูนย์พัฒนาชาวเขา พบว่ากระเหรี่ยงบริเวณต้นน้ำเพชรมีมาสอดคล้องกับที่สำรวจมาก กระเหร่ยงในบริเวณป่าแก่งกระจานมีมาหลายร้อยปีแล้ว มีวิถีชีวิตดั้งเดิมมาก และอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่มีหลักฐานว่ากระเหรี่ยงเหล่านี้เข้าประเทศไทยมาตอนไหน นายสุรพงษ์ตั้งคำถามตอปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 3 ประเด็นคือ

ข้อหาที่ 1 หากชาวกระเหรี่ยงกลุ่มนี้ชาวบ้านเข้าเมืองผิดกฎหมาย คำถามคือพวกเขาเข้าอย่างไร บ้านเก่าที่พม่ามาจากไหนอย่างไร เพราะจากการศึกษาเป็นกระเหรี่ยงที่อยู่ในพื้นที่มานานแล้ว

ข้อหาที่ 2 ทำลายป่า มีหลักฐานอะไรบ้าง

ข้อหาที่ 3 กองกำลังของกะเหรี่ยงที่จับได้ มีอาวุธอะไรบ้าง เพราะจากหลักฐานของเจ้าหน้าที่พบว่ากะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวมีเพียงอุปกรณ์ทำการเกษตรเท่านั้น

นายสุรพงษ์ ยังได้อ้างถึง มติครม. 3 สิงหาคม 2553 ที่ให้ยุติการจับกุมและให้ความคุ้มครองกับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม โดยให้เรียนรู้อัตลักษณ์วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง โดยมีกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ และมีมาตรการอื่นๆ ที่รัฐไทยรับรองสิทธิของชนกลุ่มน้อย (อ่านจากเอกสารประกอบ)

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ โต้แย้งว่า กะเหรี่ยงกับกะหร่างนั้นต่างกัน และมีภาษาต่างกัน มีวัฒนธรรมต่างกัน รวมถึงนับถือศาสนาต่างกัน คือกะเหรี่ยงนับถือคริสต์ แต่กะหร่างนับถือพุทธปนพราหมณ์ พร้อมกล่าวด้วยว่า หลักฐานอาวุธของชนกลุ่มน้อยที่จับได้นั้นมีจำนวนมาก เพียงแต่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เท่านั้น

“ที่จับแค่ปืนแก๊ป แต่ไม่เอาลูกปืนคาร์บินมาถ่าย ผมเข้าใจคำว่าสิทธิและคุณธรรมของคน ฐานปืนค. อยู่ในบ้านเขาตั้งสามสี่ตัว พานท้ายปินอาก้า ไม่รู้กี่สิบ อุปกรณ์เสริมแต่งเต็มไปหมด แต่เราจะทำอย่างนั้นทำไม ผมทำงานตรงนี้ เข้าใจคนกลุ่มนี้ไม่น้อยผมเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่าคนที่อยู่ในกรรมการสิทธิด้วยซ้ำ” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติโต้
 

แกนนำประชาคมกะเหรี่ยงสวนผึ้งระบุหน่วยงานรัฐขาดความเข้าใจ นำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

นายวุฒิ บุญเลิศ ประธานประชาคมอำเภอสวนผึ้ง ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงกล่าวอธิบายข้อขัดแย้งเรื่องความหมายของคำว่ากะเหรี่ยงและกะหร่างว่า

คำว่ากะเหรี่ยง ไม่ได้แยก ว่าเป็นพุทธ คริสต์ กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ถูกจำแนกแยกแยะด้วยเสื้อผ่าและศาสนา แต่คำว่ากะหร่างถูกใช่ครั้วงแรกในสมัยรัชการที่ 6 เนื่องจากมีการเข้าไปศึกษาสำรวจกลุมชาติพันธุ์ และใช้คำว่ากะหร่างเพื่อแยกกะเหรี่ยงปากะญอออกจากกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศไทย และมีการใช้ต่อๆ กันมา“คำนี้ทำให้ผมวิตกกังวลว่าพี่น้องสื่อไม่เข้าใจความหมายนัยยะเหล่านี้ และถ้าความสับสนนี้ไปเกี่ยวข้อกับนโยบายและแผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ก็จะทำให้เกิดความผิดพลาด”

นายวุฒิกล่าวต่อไปว่าป่าโป่งลึกบางกลอย แม่น้ำเพชร เป็นพื้นที่คนกะเหรี่ยงอาศัยอยู่มานานแล้ว การสำรวจทำหลักฐานทะเบียน ปี พ.ศ.2512 ช่วงนั้นรัฐบาลมีความวิตกกังวลต่อประเด็นคอมมิวนิสต์ โดยมีการมอบเหรียญปีให้กับชาวกะเหรี่ยง เสมือนกับการให้สิทธิสถานะกับคนเหล่านั้น

“ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากสิ่งที่เราสร้างวาทกรรม เช่น คำว่าชนกลุ่มนอย เราไม่รู้เลยว่าเผ่าอะไร ภาพหลอนของชนกลุ่มน้อยที่เรามีก็ทำให้มองเห็นเรื่องคนติดอาวุธ เมื่อมองเช่นนั้น ก็เป็นคนละพวกกับเรา เป็นคนละพวกกับรัฐ ความเป็นชนกลุ่มน้อยซึ่งภาพอธิบายไม่ชัดเจน อาจจะมีความชอบธรรมในการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น กรณีรัฐบาลขัดแย้งทางความคิดกับคนกลุ่มหนึ่งก็เรียกคนเหล่านั้นว่าผู้ก่อการร้าย เป็นการให้อำนาจหรือลดทอนอำนาจของคน”

“อีกส่วนคือประเด็นยาเสพติด และแหล่งพักพิง เกิดจากหัวหน้าอุทยานไม่เข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่เข้าเข้าใจวิธีคิดภูมิหลังความเชือ่ ไม่เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ และผมเชื่อว่านี่จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนกันเพื่อนำไปสู่การแกปัญหาชาติบ้านเมือง”

นายวุฒิกล่าว โดยสรุปว่า
1) หากยุทธการตะนาวศรี คือการจัดการกับคนกลุ่มน้อย ที่เรียกว่ากะหร่าง ก็ฟังคล้ายเป็นคนกลุ่มใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่สะทกสะท้าน เพราะไม่ใช่กะเหรี่ยง

2) ข้อกล่าวหาที่ว่าชนกลุ่มน้อยเหล่านี้สะสมกำลัง มียาเสพติดและมีแหล่งพักพิงนั้น ถ้ามีอาวุธ หรือหลักฐานอุปกรณ์การผลิตยาเสพติด เจ้าหน้าที่ต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดง ถ้านำมาแสดงได้ ก็เป็นความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ แต่สิ่งเหล่านี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม ?

นายวุฒิเสนอทางออกเฉพาะหน้าว่า ท่าทีของเจ้าหน้าที่หรือชุมชนที่จะอยู่ร่วมกันต่อไปก็คือ ควรหันไปมองแนวทางการจัดการป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งมีกะเหรี่ยงอาศัยอยู่หกหมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่พยายามศึกษาประวัติศาสตร์และดูว่า เจ้าหน้าที่อยู่ได้ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอยู่ได้ และคนก็อยู่ได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าจะเป็นบทสรุปหรือการถอดบทเรียนสำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่จะทำงานกับชุมชนต่อไป
----- รายละเอียด มติครม. 3 สิงหาคม 2553 ตามลิ้งค์

-----
ข้อสังเกต นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในวงเสวนาครั้งนี้ กล่าวว่า

"สำหรับโครงการอพยพชนกลุ่มน้อยออกจากพื้นที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดปี 2552-2553 รวมแล้ว 6 ครั้ง โดยเข้าไปเจรจากับชนกลุ่มน้อย 2 ครั้งแต่ไม่ได้ผล จึงเริ่มทำการจับกุมในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ที่ผ่านมา โดย 2 ครั้งแรกที่เริ่มการเจรจานั้น ดำเนินการโดยอุทยานฯ จากนั้น ครั้งที่ 3-5 เป็นการสนธิกำลังกับทหาร และ ครั้งที่ 6 เป็นภารกิจของทหาร เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบินตามแนวสันแดนไม่ได้ จึงต้องยกภารกิจให้กองทัพเป็นผู้ปฏิบัติการ กระทั่งเกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกต่อเนื่องกัน 3 ลำดังที่เป็นข่าว"

ตามที่ผมรวบรวมจากการที่ ฝ่ายทหาร, กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์ และให้ข่าว ดังนี้.-

๑๑ ก.ค.๒๕๕๔ ภารกิจ: ผลักดันชนกลุ่มน้อย ในเขต อช.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (ข่าว ๑๖ ก.ค.๒๕๕๔)
                                : ค้นหาและจับกุมผู้บุกรุกลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ (ข่าว ๑๗ ก.ค.๒๕๕๔)
อัตรากำลัง : ประมาณการขั้นต่ำที่  ๕๐ นาย (๑๒-๑๓ นายต่อหมู่, ชุดละหนึ่งหมู่)
- ฉก.ค่ายทัพพระยาเสือ กรมทหารราบที่ ๑๙
- ร้อยทหารพรานที่ ๙๔๗
- ร้อย ตชด.๑๔๔ (ชุดเคลื่อนที่เร็ว)
- เจ้าหน้าที่ อช.แก่งกระจาน
------
อะไรที่เหมือน และอะไรที่ต่าง ?
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #43 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2011, 05:23:35 AM »

ทำไมให้สัญชาติไทยกับพวกกองพล 93 ได้..พ่อแม่สนธิลิ้มและตัวมันก็กลุ่มคนพวกนี้

ทำไมทหารต้องจุ้นในภารกิจคนกลุ่มน้อยด้วย

บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #44 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2011, 05:09:39 PM »

ตอบคุณ'Bell

๑. ทำไมให้สัญชาติไทยกับพวกกองพล 93 ได้..พ่อแม่สนธิลิ้มและตัวมันก็กลุ่มคนพวกนี้
- การได้มาซึ่งสัญชาติไทย (ไม่ใช่เชื้อชาติ) ของกำลังพลจากกองพล ๙๓ ส่วนหนึ่งมาจากผลงานการเข้าร่วมทำศึกเขาค้อ เขาย่า(หญ้า) ภูหญ้าคา และ โกตั๊บ แอนด์ แฟมิลี่
---- ความนัยโดยละเอียด จากต้นเรื่องที่ทุกคนนำไปอ้างอิงต่อ ----
ปริศนา...ชาติกำเนิด..สนธิ ลิ้มทองกุล??!!
ลิ้งค์: http://nonlaw.7forum.net/t104-topic
โดย SpecialForce on Sat Oct 11, 2008 7:55 pm
--- ส่วนรายงานแบบเป็นกรณีศึกษาแบบเชิงวิชาการ ผ้มมะมี กั๊บ ---

             ตัวอย่างของผู้รักชาติจนน้ำลายไหล

----

๒. ทำไมทหารต้องจุ้นในภารกิจคนกลุ่มน้อยด้วย
- จากนโยบายความมั่นคง (?) ของฝ่ายทหาร โดยควบรวมกับฝ่ายการเมือง (จากการยึดอำนาจ) เดินตามแนวทางโปร'อเมริกา ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ, สังคม, การเมือง, การทหาร ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ต่อเนื่องทศวรรษแรก ๆ ของพุทธศตวรรษที่ ๒๖

หนึ่งในแนวทางนั้นคือ รบนอกบ้านดีกว่ารบในบ้าน (DOMO or DOO: Dining Out (Military) Operation-ปฎิบัติการกินข้าวนอกบ้าน) สงครามเกาหลีเอย สงครามเวียดนามเอย ศึก(ลับ)ในลาวเอย ฯ ส่อเสือกแทรกทุกประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และประเทศชายขอบรอบบ้านก็ต้องหาพี่เอื้อยคุ้มกระบาล จวบจนบัดนี้ในยุคหลังสงครามเย็น

การใช้/ไม่ใช้ กลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนด้านตะวันตก ก็เป็นเศษส่วนที่ตกค้างมาจากข้างต้น
---
แวะเก็บลูกไม้ ใบหญ้าข้างทางมานาน งวดหน้าขอเข้าตามหัวข้อละกัน โปรดรอคอยด้วยระทึกหฤทัยพลัน (ฮา)
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #45 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2011, 06:01:51 PM »

ฟอลโลว์ตามกระทู้ ตอบ #42 ของ สุรชา บุญเปี่ยม:รายละเอียดมีมากขึ้น
---------------
สุรชา บุญเปี่ยม: ฮ.ตก กับปัญหาอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ลิ้งค์: http://www.prachatai.com/journal/2011/08/36400
Mon, 2011-08-08 23:29

สุรชา บุญเปี่ยม
ที่มา: เฟซบุ๊ค สุรชา บุญเปี่ยม, 8 สิงหาคม 2554
ลิ้งค์: https://www.facebook.com/profile.php?id=100002431750318
....
หมายเหตุ: การเน้นเป็นการเน้นโดยประชาไท  (และที่ผมเน้น/เน้นซ้ำ จะเป็นสีแดง) และตัดทอนมาดังนี้.-
....
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวถึงยุทธการผลักดันชนกลุ่มน้อยว่า  เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยจากประเทศเพื่อนบ้านคือชาว "กะหร่าง" เข้ามาทำไร่เลื่อนลอยในเขตอุทยานฯมานานแล้ว  โดยสภาพป่ามีพื้นที่กว้างใหญ่มาก  การเดินป่าเพื่อปฏิบัติงานต้องใช้เวลานานถึง 15 วัน จึงสามารถเดินป่าได้เพียง 1 ใน 4 ของพื้นที่  จึงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของทหารเข้าร่วมปฏิบัติงาน

"เมื่อปี 2537-2541 เคยมีการอพยพชาวกะหร่างมาจัดสรรที่ทำกินให้  มีโครงการณ์ในพระราชดำริให้ความช่วยเหลือ  หลังจากนั้นไม่มีโครงการณ์อีก  ในปี 2552  เจ้าหน้าที่พบว่ามีการทำไร่เลื่อนลอยจากวงเดิมในผืนป่า จึงจำเป็นต้องผลักดันให้คนเหล่านี้ออกไป"

" ตั้งแต่ปี 2552-2554 อุทยานฯได้ปฏิบัติการตามยุทธการผลักดัน 5 ครั้ง โดยครั้งแรกเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวกะหร่างให้เข้าใจว่า  เป็นผู้บุกรุกเข้ามาตัดโค่นต้นไม้ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ขอให้ออกไป  คิดว่าคงได้ผลแต่ไปดูอีกทีก็ยังมีการบุกรุกอยู่เหมือนเดิม  เข้าใจว่าคงไม่ไปแน่คงต้องอพยพ  ครั้งที่ 3  ชาวกะหร่างก็ยังอยู่เหมือนเดิมอีก  จึงสั่งการให้รื้อบ้านทิ้ง 5 หลัง ครั้งที่ 4  ได้ไปกับทหาร  ใช้ ฮ.บินเข้าไป  ผมสั่งให้เผาบ้าน 5 หลังนั้นที่รื้อไว้ ส่วนชาวบ้านไม่อยู่  คงอยู่แถวๆนั้น ครั้งที่ 5 พบอีก 22 จุด ที่มีการบุกรุกทำไร่ พบบ้าน 7 หลัง บ้านยังอยู่ คนยังอยู่แต่คงหนีออกจากบ้าน  เข้าใจว่าชาวกะหร่างคงรู้แล้วว่าอยู่ต่อไปในประเทศไทยไม่ได้แล้ว  ที่น่าห่วงก็คือมีการพบแปลงกัญชาบริเวณชายแดนและในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน"

ผมนั่งฟัง  ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำได้ว่าเมื่อราวต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีข่าวในโทรทัศน์ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานร่วมกับทหารค่ายทัพพระยาเสือ ปฎิบัติการตามยุทธการอพยพชนกลุ่มน้อยในเทือกเขาตะนาวศรี  โดยนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบิน  มีการเดินเท้าเข้าไปผลักดันชนกลุ่มน้อย  คงเป็นครั้งนี้เองที่เป็นครั้งที่ 4 ที่มีการเผาบ้านของผู้ที่ถูกเรียกว่า"กะหร่าง"

"พื้นที่ที่ผลักดันคือโซน 1"

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอธิบาย  โดยพับกระดาษขนาดเอ 4 เป็น 4 ส่วน  ส่วนบนสุดด้านซ้ายมือคือโซน 1  ผมดูจากแผนที่คือบริเวณพื้นที่ที่เป็นบ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน  โซนที่ 3 ใต้โซนที่ 1 คือจุดที่ ฮ.ตกเลยเข้าไปในพม่าไม่มาก

"ตามยุทธการครั้งที่ 3 4 5 ใช้กำลัง 118 นาย ประกอบด้วย ตชด.ตำรวจภาค 7 เจ้าหน้าที่อุทยาน และทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ครั้งที่ 6 วันที่ 11-15 กรกฎาคม มีเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมด้วย 4 นาย" ครั้งนี้เป็นครั้งที่นำมาซึ่งการนำเฮลิคอปเตอร์ไปปฏิบัติอีกครั้ง  และตามมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ตกถึง 3 ลำ
...
000

บรรยากาศ ในห้องเสวนาดูเหมือนว่าจะร้อนแรงขึ้น ทั้งๆ ที่แอร์เย็นฉำ เมื่อนายวุฒิ บุญเลิศ ประธานประชาคมชาวอำเภอสวนผึ้งถึงคิวพูด เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมและประเพณีกะเหรี่ยง  ผู้ที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางในความรอบรู้เรื่องของชาวกะเหรี่ยง คนจำนวนมากเรียกเขาว่า "อาจารย์วุฒิ" แม้ว่าจะมีอาชีพเป็นชาวนาก็ตามที

"ผมเป็นกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงโพล่ง"

"มีหลักฐานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว  ฝรั่งมาสำรวจป่า  เขียนบันทึกเรื่องชาวกะเหรี่ยง เรื่องสัตว์ป่า  หน่วยงานของรัฐไม่รู้ว่ากะเหรี่ยงคืออะไร กะหร่างคืออะไร"

"ในเรื่องพื้นที่  ชาวกะเหรี่ยงอยู่กันมานานแล้ว ตั้งแต่ปากท่อ หนองหญ้าปล้อง ป่าเด็ง  บางกลอย ป่าละอู  เหรียญชาวเขาปี 2512 ที่ให้กะเหรี่ยงก็บ่งบอกความเป็นไทย  บริเวณใจแผ่นดิน เพชรบุรี คือพื้นที่ดั้งเดิมของกะเหรี่ยงในแก่งกระจาน "

"การใช้คำเรียกที่ไม่ชัดเจนว่าชนกลุ่มน้อยเป็นใคร  เป็นการสร้างวาทะกรรมคลุมเครือ นำไปสู่การปฏิบัติต่อกลุ่มคนส่วนหนึ่ง (ว่าเป็นคนละพวก)  เหมือนกับครั้งหนึ่งที่เคยมีการเรียกคนกลุ่มหนึ่งว่า ผกค. (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) เช่นการใช้คำว่ากะหร่าง  ไม่เรียกกะเหรี่ยง  ทำให้มีความชอบธรรมในการทำลายล้าง"

"ส่วนเรื่องการเผายุ้งข้าว  มีการเผาจริงๆ!"

ประธานประชาคนสวนผึ้งเน้นเสียงหนักแน่น  สั่นเครือคล้ายกำลังสะอื้นไห้
....
-----------------------
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในวงเสวนาครั้งนี้ "ตามยุทธการครั้งที่ ๓-๕ ใช้กำลัง ๑๑๘ นาย"

๑. จากที่ผมคาดการณ์ อัตรากำลัง : ประมาณการขั้นต่ำที่  ๕๐ นาย (๑๒-๑๓ นายต่อหมู่, ชุดละหนึ่งหมู่) เป็นสัดส่วน ๒ เท่า ที่ตั้งไว้ นี่มันไม่น่าจะใช่ภารกิจ "ผลักดันชนกลุ่มน้อย, ค้นหาและจับกุมผู้บุกรุกลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ"
- ครั้งที่ ๖ นี้ อัตรากำลัง : ประมาณการขั้นต่ำที่ ๑๑๘ นาย จากข้อมูลปฎิบัติการที่ผ่านมา รวมกับเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมด้วย ๔ นายไว้แล้ว

๒. และที่ว่า เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินตามแนวสันแดนไม่ได้
     จึงต้องยกภารกิจให้กองทัพเป็นผู้ปฏิบัติการ
- สมรรถนะแมงปอขาวคาดแดงไม่ถึงใช่ไหม ? แล้วที่บินไปรับศพทำไมถึงบินได้
- สุ่มเสี่ยงต่อการรุกล้ำน่านฟ้า แล้วไอ้ตัวเขียว ๆ บินว่อนไปมาหละครับ หากถูกพม่าตรวจพบ มิถูกหาว่ายั่วยุ และดอดเข้าไปหลังบ้านตรูแหล่วหว่า มันมาทำไรว่ะ
- หากบินเข้าไปได้ต้องมีการแจ้งให้รับทราบ และอนุมัติ ตรงนี้ต้องถามอีก ใครขอ ใครอนุมัติ /ใครให้ ใครอนุมัติ หากไม่มี
- หรือเล่นซ่อนหาเข้าไป

๓. โดยนายชัยวัฒน์ย้ำว่า สิ่งที่เป็นห่วงคือ ปัญหายาเสพติด ที่พบว่ามีการปลูกกัญชาอยู่หลายแปลง พร้อมกล่าวว่า จากการลงพื้นที่หลายครั้งได้พบกองกำลังติดอาวุธแต่ไม่มีการปะทะกัน
- พบห่าง ๆ หรือพบใกล้ชิด และน่าจะเป็นกองกำลังติดอาวุธไม่ทราบสัญชาติ เน๊าะท่าน
----
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 11, 2011, 06:18:31 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #46 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2011, 04:08:53 PM »

สรุปแล้วหมูบ้านหลังคาใบไม้สีส้ม    ..ขอขำก่อน  ...คือบ้านใครคร้า..  หรือว่าโรงผลิตแป้งเคลิบเคลิ้ม

บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #47 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 12:04:09 AM »

หลังคาบ้านใบคร้อ ตามภาพถ่ายดาวเทียมก็ต้องของพม่าครับ แต่ที่อื่น บ่ฮู้
พอกล่าวถึงตระกูลภาษาชาติพันธุ์ุ์ ก็ต้องมีสิ่งนี้ ตาม่มาด้วย
ไทยแลนด์ เบอร์มา บอร์เดอร์ คอนซอร์เตี้ยม


แผนที่ค่ายผู้ผลัดถิ่น
ที่มา: http://www.tbbc.org/camps/2011-06-jun-map-tbbc-unhcr.pdf

มีขนมมาฝาก คุณ'Bell ด้วยครับ

               แป้ง(เคลิบเคลิ้ม ?)


               ลูกกวาด


               น้ำแข็งไส
----
หย่อย อย่าให้เซด
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #48 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 01:32:43 AM »

เมื่อดูตามภาพแผนที่ค่ายผู้ผลัดถิ่น จะเห็นได้ว่าสัมพันธ์กับการสู้รบภายในประเทศพม่า ซึ่งตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๔ พม่าเริ่มยุทธการทหารรุกคืบในรัฐฉาน, รัฐคะยา, รัฐกะเหรี่ยง เข้าเขตแคว้นตะนาวศรี (ที่ทหารไทยสละชีพเพื่อชาติ) จากเหนือลงใต้ตามลำดับ ผู้คนพลัดที่นาคลาที่อยู่ร่วมแสนห้า ที่อยู่ในค่ายร่วมแสน เมื่อแบ่งตามกลุ่มชาติพันธุ์เป็นกะเหรี่ยงร้อยละ ๗๙

และ ก็ยิ่งสัมพันธ์กับภาพประกอบการบรรยายของ ดร.แซนดี้ กอร์ดอน เมื่อ ๒๕-๒๖ มิ.ย.๒๕๔๔ ณ.ศูนย์การประชุมพระนางเจ้าเอลิซาเบ็ธที่ ๒ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร. ในหัวข้อ "The Global Economy of Illegal Drugs" จะเห็นได้ว่าออสเตรเลียเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดตั้งแต่สิบปีก่อน ซึ่งปัจจุบันยิ่งเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน
---

http://img832.imageshack.us/img832/8961/drug1f.jpg


http://img543.imageshack.us/img543/7033/drug2.jpg


http://img26.imageshack.us/img26/30/drug3.jpg

ที่มา: The Global Economy of Illegal Drugs - Australian Federal Police
ลิ้งค์: www.afp.gov.au

ผลงานรายใหญ่ ๆ จากการจับตามอง  ของ Australian Federal Police
..
Significant investigations

    In July 2008 848 kilograms of pseudoephedrine were seized in Sydney after being imported from Thailand. Three men were arrested.
    In August 2008 662 kilograms of pseudoephedrine concealed within cardboard boxes purporting to contain fruit juice were seized in Sydney after being imported from Thailand. Four men were arrested.
    In October 2008 6.2 kilograms of ephedrine/pseudoephedrine were seized in Adelaide after being imported from India concealed within five plastic barrels. One man was arrested.
    In November 2008 80 kilograms of methamphetamine were seized in Sydney after being imported from Hong Kong concealed within packages of rubber gloves. Three males were arrested.
    In February 2009 26 kilograms of methamphetamine were seized in Sydney from Hong Kong. One man was arrested.
    In March 2009 21.7 kilograms of methamphetamine were seized in Sydney after being imported from Canada secreted within a foosball table. One man was arrested.
    In May 2009 70 kilograms of pseudoephedrine were seized in Sydney concealed in a storage container. One man was arrested.
    In June 2009 1.3 tonnes of a precursor chemical were seized in Sydney concealed in drums in a shipping container. Six men were arrested
---
ลิ้งค์: http://www.afp.gov.au/policing/drug-crime/amphetamines.aspx


บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #49 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2011, 12:09:02 PM »

เกิดที่ชายแดนไทยพม่า..เติบโตเอเชียรอบไทย...ไปแพร่กระจายในต่างทวีป...

ว่างั้นเถอะ...

เอ้า..งั้นมีคำถามมาถาม..

ชนกลุ่มน้อยรอบชายแดนผลิตทั้งแป้งและขนม

ทหารไทย หรือทางการไทยช่วยปกป้องกลุ่มคนพวกนี้เพื่อให้คงอยู่ และผลิตแป้งและลูกกวาดเพื่อยังชีพ

แบบนี้...ไทยเข้าข่ายเป็นผู้ผลิตร่วมไหม...หรือไทยหุ้นลม...

แล้วงี้เงินที่ได้มา..คนไปdealส่งให้ใคร..
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,097



« ตอบ #50 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 07:30:48 PM »

ตอบคุณ'Bell กรณีเงินที่ได้มา ... คนไปdealจะส่งให้ใคร ผมไม่ทราบครับ อาจจะเข้าพกเข้าห่อตัวเองนิด หาไก่ต้มหัวหมูไปสังเวยพระภูมิเจ้าที่หน่อย(ฮา)

หากจะว่าไปแล้วผู้คนทางฝั่งไทยการเช้าไปเกี่ยวข้องในฐานะเถ้าแก่ใหญ่, หุ้นส่วน, หุ้นลม, เก็บค่าคุ้มครอง และอาจจะเซงลี้ด้วยก็ได้ ไม่มากก็น้อย

เพราะสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ในการผลิต(เป็นเคมีภัณฑ์ควบคุมพิเศษ) ซึ่งส่วนมาอยู่ในรูปของเหลว อีกทั้งในเมืองไทยมีเกลื่อนกล่น ซึ่งเฉพาะในจังหวัดชายแดนเท่านั้น ที่เป็นสินค้าควบคุมเข้มงวดในการใช้, จัดเก็บ, ขนส่งฯ

และแนวชายแดนด้านตะวันตกของไทยการจะผ่านเข้าออกก็มีสารพัดด่านตรวจ การจะลำเลียงหิ้วเล็ดลอดไปทีละเล็กละน้อยก็คงพอได้ แต่เมื่อดูสถิติจำนวนที่ถุกจับกุมในประเทศพม่า เห็นจะเดินกันขวักไข่วตลอดวันตลอดคืนเป็นแน่ หากไม่มีการหลับตาไว้ข้างหนึ่ง หรือไม่ก็อาจลอจิสติคต์ให้ด้วยซ้ำ

ปี   ลูกกวาด(เม็ด)    แป้ง(ก.ก.)     น้ำแข็ง(ก.ก.)          แมงอี(เม็ด)
2009    23,899,156      339.16    124.71           5
2010      1,659,578          -                162.04            -
* ปี 2010 จากมกราคม-กันยายน

ที่มา Myanmar ATS Report 2010, สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UN Office on Drugs and Crime - UNODC)
ลิ้งค์: http://www.unodc.org/documents/eastasiaandpacific/2010/12/ops-myanmar-ats/Myanmar_ATS_Report_2010_lowres.pdf
---
- มีข่าวอาวุธปืนหายจากคลังเก็บที่ค่ายธนะรัชต์ ศูนย์การทหารราบปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์. เมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ นี้ จำนวนหลายร้อยกระบอก เห็น ผบ.ทบ. ตอบนักข่าวในท่วงทำนองเหมือนตอบข่าวคอปเตอร์ตก ตามลีลารักชาติจนน้ำลายไหล
- มีข่าว พม่าปราบทางรัฐฉาน (ไทใหญ่)
-มีข่าว คอปเตอร์ทหารไทยตกที่ชายแดนไทย-พม่า
- UNODC จะเพิ่มระดับการปฎิบัติการในพม่าจากโครงงาน (Programs) เป็นโครงการ (Project)
- มีข่าว ผบ.ตร.ไทยไปจีน ๓ ส.ค. ๒๕๕๔ ให้ข่าวว่าไปถกเรื่องยาเสพติดกับจีน
- มีข่าว ผบ.ตร.ไทยไปพม่า ๑๓-๑๔ ส.ค. ๒๕๕๔ กลับมาให้ข่าวว่าไปถกเรื่องยาเสพติดกับหัวหน้าตำรวจพม่า

เมื่อดูตามข่าวแล้ว ผ้ม(บักฮูขี) ว่า มันไม่น่าจะเกี่ยวกันเล้ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2011, 07:59:16 PM โดย บักฮูขี บ้านนาควาย » บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Bell
ตาสว่าง
****

Karma: +64/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,642


« ตอบ #51 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 09:59:34 PM »

น่านดิคะ..ไม่น่าจะเกี่ยวกันเล้ย...

แต่ฝั่งไทยใจกลางประเทศ..ทำไมทั้งขนม ทั้งแป้ง ทั้งแมงอี..มันจึงเกลื่อนกลาด

ก็ถ้าภารกิจมันดี ดี..ทำไม๊ ไม่ป่าวประกาศให้ผู้คนรู้กันว่า

ทหารไทยไปปราบยาเสพติด..

เอ...หรือว่า หทารไทยถูกยาเสพติดปราบ ตกสามลำ...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: