หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ***อยากทราบข้อมูล...เงื่อนไข และระเบียบในการซื้อรถใหม่ป้ายแดง คันแรก ยกเว้นภาษี  (อ่าน 12573 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
น่ารัก ก็ไม่บอก
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,230


« เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 10:42:44 AM »

เนื่องจากมีเพื่อนและญาติ ถามข้อมูลเหล่านี้มามาก ครับ และมีคำถามต่างๆตามมามากมาย เช่น..
   
......เป็น โสด..แต่ ทะเบียนบ้านอยู่ใบเดียวกับพ่อแม่  และพ่อแม่เคยซื้อรถมาแล้ว  จะได้สิทธิรถคันแรกไหม?

......เป็นโสด แต่ทะเบียนบ้านไปอยู่ใบเดียวกับพี่-น้อง และพี่-น้อง  เคยซื้อรถมาแล้ว  จะได้สิทธิรถคันแรกไหม?

.......สามี มีรถป้ายแดง แล้ว   แต่ภรรยาไม่เคยมี ภรรยาจะซื้อเป็นชื่อภรรยาอีกคัน  ได้หรือไม่?

.......จำกัดรุ่น ยี่ห้อ  ของรถที่จะซื้อไว้หรือไม่?


...

***ขอบคุณทุกๆท่านที่จะมาให้รายละเอียดนะครับ  ***
บันทึกการเข้า
น่ารัก ก็ไม่บอก
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,230


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 10:43:52 AM »

เท่าที่อ่านจากข่าวครับ..

คลังเสนอลดภาษี1แสน รถคันแรก'ปิกอัพ-อีโค'


      สรรพสามิต ชงคลังตัดสินใจ 2 แนวทางลดภาษีรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบาท เสนอลดจากภาษีสรรพสามิต หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตีกรอบราคาไม่เกิน 7 แสน - 1 ล้านบาท เฉพาะปิกอัพ-อีโคคาร์ คาดสัปดาห์นี้ได้ข้อสรุป

     นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอแนวทางการยกเว้นภาษีสำหรับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกตามนโยบายรัฐบาลให้นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาแล้ว คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป ตามหลักการอัตราส่วนลดจะอยู่ภายใต้วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องเป็นรถยนต์ใหม่ ซึ่งกำลังพิจารณาราคารถยนต์ที่ 7 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท ประเภทรถกระบะ และรถยนต์ประหยัดพลังงาน ซึ่งแต่ละปีกรมสรรพสามิตมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ประมาณ 5-6 พันล้านบาท

ทั้งนี้ วิธีการลดภาษีได้เสนอให้รัฐมนตรีคลังพิจารณาคัดเลือก 2 แนวทาง คือ 1.การลดภาษีสรรพสามิต หรือ 2.วิธีการลดภาษีจากเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งต่างยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ

กรณีแรก การลดภาษีสรรพสามิตอาจมีปัญหาเรื่องการรั่วไหลหรือการตรวจสอบได้ยากสำหรับผู้ซื้อ เนื่องจากหลักการเก็บภาษีรถยนต์ของกรมสรรพสามิตเป็นการเก็บที่ต้นทาง หรือหน้าโรงงาน เมื่อลดภาษีให้ผู้ซื้อไปแล้วจะตรวจสอบเรื่องการเปลี่ยนมือผู้ซื้อไม่ได้ แต่ผู้ซื้อจะได้รับส่วนลดทันที

       ส่วนการลดภาษีจากเงินได้บุคคลธรรมดา น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสม เพราะตรวจเช็คการเปลี่ยนมือผู้ซื้อได้ จากการแสดงหลักฐานการถือครองรถเพื่อหักลดหย่อนภาษีภายใน 5 ปี หากเปลี่ยนมือผู้ซื้อรายต่อไป หรือรายเดิมต้องรับภาระภาษีที่กรมลดหย่อนให้ไป แต่ผู้ซื้ออาจไม่ชอบวิธีการนี้ด้วยต้องซื้อรถยนต์ราคาเดิม แล้วนำรายการซื้อมาหักลดหย่อนภายหลัง

       อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถประเมินเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2555 ได้ เพราะไม่ทราบนโยบายที่ชัดเจนจากกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซล ที่ปัจจุบันยกเว้นไว้ และจะสิ้นสุดเดือนก.ย. นี้ หากรัฐบาลเดินหน้ายกเว้นภาษีต่อจะทำให้กรมสรรพสามิตสูญเสียรายได้ราวปีละ 4.5 หมื่นล้านบาท รวมทั้งรัฐบาลยังไม่ชัดเจนเรื่องการลดหย่อนภาษีรถยนต์คันแรก

       กรมสรรพากรประมาณการจัดเก็บรายได้เดิมประจำปีงบประมาณ 2554 ที่ 4.5 แสนล้านบาท รอบ 11 เดือนแรกคาดว่าจะจัดเก็บได้ 3.5-3.6 แสนล้านบาท จากทั้งปีคาดว่าจะจัดเก็บได้ 3.9-4 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 4.05 แสนล้านบาทซึ่งเป็นผลจากการยกเว้นการจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซล

       นางสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการรถคันแรกของภาครัฐที่กำหนดออกมาไม่ว่าจะกำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมรูปแบบใด ผู้ประกอบการเห็นว่า ล้วนแต่เป็นการส่งเสริมทั้งสิ้น เนื่องจากทำให้คนสามารถซื้อรถได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือจูงใจผู้บริโภคให้ตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เติบโตอยู่แล้วขยายตัวยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ปัจจุบัน มีสัดส่วนการขายมากกว่า 60% ของตลาดรถยนต์นั่ง

      นายวิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า โครงการรถคันแรกจะส่งผลดีด้านยอดขายแก่ผู้ผลิตเพราะฐานลูกค้าจะขยายเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มรถมือสองจะได้รับผลกระทบ

      ปัจจุบันแม้ว่าไม่มีมาตรการส่งเสริม ตลาดรถยนต์มีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วง 7 เดือนแรกมียอดขาย 5.04 แสนคัน เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าปีนี้จะทำสถิติใหม่มากกว่า 9 แสนคัน เป็นครั้งแรก

ที่มา...กรุงเทพธุรกิจ
บันทึกการเข้า
น่ารัก ก็ไม่บอก
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,230


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 10:48:52 AM »

และอีก1ข่าวครับ

คนไทยเฮ ! รัฐคืนภาษีรถคันแรก 1 แสนบาท


ประชาชนคนไทยเตรียมได้เฮ   รัฐบาลเตรียมคืนภาษีรถคันแรก 1 แสนบาท แต่ระบุต้องเป็นรถใหม่ป้ายแดงราคาไม่เกิน 1 ล้าน สรรพสามิต เผยชงเรื่องถึงมือขุนคลังแล้ว พร้อมดำเนินการได้ทันทีไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย ระบุเป็นมาตรการชั่วคราว-ต่ออายุเป็นรายปี ขณะที่บ้านหลังแรก 0% นาน 5 ปี ใกล้คลอด เล็งดึงแบงก์เอกชนร่วมปล่อยกู้


นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงแนวทางการคืนภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตได้จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินนโยบายดังกล่าว และเสนอให้กับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยรัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในวันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่านโยบายการคืนภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกนั้น จะสามารถใช้ได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

                “กรมฯ ได้เสนอรายละเอียดทั้งหมดไปให้รัฐมนตรีว่าการฯ พิจารณาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าเร็วๆ นี้จะนำออกมาใช้ได้ โดยยืนยันว่าทางกรมฯ พร้อมที่จะดำเนินตามนโยบายรัฐบาล” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

                นายพงษ์ภาณุ กล่าวต่อว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบแสตมป์สรรพสามิตใหม่ทั้งระบบ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงแสตมป์ผิดกฎหมาย โดยจะมีรูปแบบที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขณะที่ในด้านการบริหารจัดการนั้น กรมฯ จะปรับวิธีการปฏิบัติงานโดยจะนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) เข้ามาช่วยให้มากขึ้น อีกทั้ง จะมีการเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสุรา เพื่อช่วยลดการลักลอบขนส่งและจำหน่ายสุราผิดกฎหมาย

                “ที่ผ่านมากรมฯ มีมาตรการเชิงรุกในการดูแลสินค้าเลี่ยงภาษี รวมถึงการป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน และน้ำมันเถื่อน โดยกรมฯ เห็นว่า การปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ด้วยการเก็บภาษีตามอัตราปริมาณนั้น จะช่วยทำให้แรงจูงใจการการลักลอบและหลีกเลี่ยงภาษีน้อยลงได้” นายพงษ์ภาณุ กล่าว

นอกจากนั้น ในเร็วๆ นี้กรมสรรพสามิตจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพเรือ เพื่อร่วมกันปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย โดย 3 หน่วยงานดังกล่าว จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ร่วมกัน มีการอบรมบุคลากร รวมถึงจัดชุดเฉพาะกิจเพื่อปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย

ด้านแหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงแนวทางการคืนภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก ว่า เบื้องต้นจะเป็นการคืนภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน และจะเป็นมาตรการที่มีผลเป็นการชั่วคราว คือ รัฐบาลจะมีการพิจารณาปีต่อปี เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น ถือว่าเป็นภาษีที่สร้างรายได้ให้กับกรมสรรพสามิตในระดับที่สูง รองจากภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

                “นโยบายรถยนต์คันแรกที่จะออกมานั้น จะเป็นมาตรการชั่วคราว และมีการพิจารณาต่ออายุปีต่อปี เพราะรายได้จากภาษีรถยนต์นั้นถือว่าสร้างรายได้ให้กรมฯ ในระดับที่สูงเป็นอันดับสอง รองจากภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องมีการพิจารณาและประเมินสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบ แต่ในเบื้องต้น จะเป็นการคืนภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน โดยจะเป็นการคืนภาษีให้ตามที่จ่ายจริง  เนื่องจาก รถยนต์บางคันและบางประเภทเสียภาษีไม่ถึง 1 แสนบาท” แหล่งข่าว กล่าว

                สำหรับวิธีการในการคืนภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรกไม่เกิน 1 แสนบ.ต่อคันนั้น ยืนยันว่า กรมสรรพสามิตไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย ก็สามารถดำเนินการได้ทันที

                “จากเดิมที่จะให้ผู้ผลิตรถยนต์จ่ายภาษีตามไปปกติไปก่อนและให้ตัวแทนขายมาขอคืนภาษีภายหลังนั้น ก็ไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย เพราะกฎหมายของกรมฯ ไม่อนุญาต ดังนั้น กรมฯ ก็จะมีวิธีการที่ไม่ต้องแก้กฎหมายแต่สามารถทำได้ทันที ขณะที่แนวทางที่จะให้หักภาษีหน้าโรงงานนั้น ก็เห็นว่าเป็นเรื่องยากหากจะทำ เพราะเราไม่รู้ว่ารถยนต์ที่ผลิตออกมานั้นจะไปขายให้กับใครและขายเมื่อไหร่ ซึ่งก็อาจจะเสี่ยงต่อการรั่วไหลได้ง่าย” แหล่งข่าว กล่าว

ขณะที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รถยนต์ที่จะได้รับการคืนภาษี 1 แสนบาทนั้น จะต้องมีราคาไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ที่จะได้รับประโยชน์จะต้องเป็นผู้ที่ยังไม่เคยมีรถยนต์เป็นของตนเอง รวมไปถึงนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ เงื่อนไขคือจะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตมาใหม่ และผู้ซื้อจะต้องถือครองรถยนต์เป็นระยะเวลา 5 ปี ห้ามมีการขายต่อ ซึ่งหากมีการนำไปขายต่อก่อนระยะเวลาที่กำหนดผู้ที่ซื้อต่อไปจะต้องรับภาระภาษีที่ได้รับยกเว้นไปทันที

                “มาตรการนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลนานเท่าใด แต่เบื้องต้นรัฐบาลต้องการสนับสนุนผู้ที่อยากมีรถยนต์คันแรกเป็นของตนเอง รวมไปถึงผู้ที่ประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่มีรถยนต์ โดยเห็นว่าไม่ใช่เป็นการฟุ่มเฟือย แต่เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชน” นายบุญทรง กล่าว

                ขณะที่วิธีการในการคืนภาษีนั้น คงจะต้องมีการหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก่อน แต่หลักการคือจะเป็นการคืนภาษีที่เกี่ยวข้องกับราคาของรถยนต์เท่านั้น และสำหรับผู้ที่ซื้อแล้วผ่อนกับสถาบันการเงินนั้น ก็อาจจะมีการพิจารณาให้เงินผ่อนต่องวดน้อยลง ด้วยการปรับลดเงินต้นให้แต่อัตราดอกเบี้ยยังเท่าเดิม เป็นต้น

                ขณะที่นโยบายบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี นั้น เบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เบื้องต้น จะต้องเป็นบ้านหลังแรกที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อีกทั้งอาจจะมีการดึงเอาสถาบันการเงินเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการปล่อยสินเชื่อด้วย
บันทึกการเข้า
น่ารัก ก็ไม่บอก
ตาสว่าง
****

Karma: +1/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,230


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 12:45:28 PM »

มีข้อมูลเพิ่มเติม จาก คุณ  KingNight



นโยบาย รถคันแรก รายละเอียดเงื่อนไขการคืนเงินภาษี ในการซื้อรถยนต์คันแรก
ตามที่รัฐบาล 2554 ชุดนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีนโยบายรถคันแรก

โดยจะเป็นการคืนเงินภาษีเท่ากับที่จ่ายจริง ในการซื้อรถยนต์คันแรก แต่จะคืนได้ไม่เกิน 100,000 บาท

สำหรับรายละเอียด ข้อกำหนด เงื่อนไขต่างๆ ในการคืนภาษีรถยนต์คันแรก มีดังนี้
ผู้ซื้อต้องอายุ 21 ปีขึ้นไป
ผู้ซื้อจะต้องไม่เคยซื้อรถยนต์มาก่อน
ระยะเวลา จะต้องซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555
โดย ราคารถยนต์นั้นจะต้องไม่เกิน 1,000,000 บาท
เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (สำหรับรถกระบะจะไม่จำกัด ซีซี)
เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
ต้องครอบครองไม่น้อยกว่า 5 ปี
เป็นรถใหม่(ป้ายแดง,มือสองไม่ได้)
การคืนเงินภาษีรถคันแรก ภาครัฐจะคืนภาษีได้เมื่อครอบครองรถยนต์ไปแล้วเป็นเวลา 1 ปี

UPDATE : 13 กันยายน 2554

ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรกแล้ว!
เลื่อนระยะเวลาเป็น เริ่มวันที่ 16 กันยายน 2554 - 31 ธันวาคม 2555

วิธีดำเนินการ
1. ผู้ซื้อรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ประกอบด้วย
หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ
สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)

2. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ

3. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ลงในคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน

4. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดส่งหนังสือรับรองการครอบครอง รถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

5. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อเมื่อครอบครองครบ 1 ปี โดยจ่ายเป็นเช็คให้ในครั้งเดียว
บันทึกการเข้า
ice angel
Administrator
ตาสว่าง
*****

Karma: +34/-5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 12,461



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 12:55:53 PM »

รายละเอียดที่ถกกันคือ

1.ผู้ซื้อจะต้องไม่เคยซื้อรถยนต์มาก่อน
2.ต้องครอบครองไม่น้อยกว่า 5 ปี

บันทึกการเข้า
สุรชัย khonthai52
ตาสว่าง
****

Karma: +3/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 632


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 15, 2011, 02:33:11 PM »

เพิ่มเติม

การคืน
คืนหลังจาก 1ปี และรับแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: