หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อุโมงค์ยักษ์! ยักยอก ยุ่งเหยิง ยับเยิน ถึงคราว“หมู”ขว้างงูไม่พ้นคอ!!  (อ่าน 1208 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
fee-faw-fum
ตาสว่าง
****

Karma: +10/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,721


« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 06:41:22 AM »

อุโมงค์ยักษ์! ยักยอก ยุ่งเหยิง ยับเยิน ถึงคราว“หมู”ขว้างงูไม่พ้นคอ!!


หน้าปก bangkok-today

 
“คนดี”ชอบแก้ไข “คนอะไร???”ชอบแก้ตัว... แต่ที่แน่ๆ “คนชั่ว”นั้นชอบทำลาย
และยิ่งหากเป็นคนที่ชอบทำตัวประเภท “ดีสุดขั้ว” แต่ลึกๆหลบเร้นความ “ชั่วสุดขีด”เอาไว้ภายในแล้ว พวกนี้ยิ่งน่ากลัวเป็นที่สุด
และหากเป็นพวกที่นิยมสร้างภาพ ดีสุดขั้วกลบภาพชั่วสุดขีด ที่อยู่ในแวดวงการเมือง แล้วนิยมการทำลายล้างทางการเมืองด้วยแล้ว จะยิ่งน่ากลัวกว่า โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการเอาชนะทางการเมืองโดยไม่เลือกวิธีการ
ขอเพียงแต่ให้พลิกขั้วเป็นฝ่ายชนะ หรือสามารถทำลายคู่แข่งทางการเมืองได้จะยิ่งดีที่สุด
แม้แต่ในระบบการเมืองสหรัฐ ที่ว่ามีการพัฒนาไปอย่างมากแล้ว ก็ยังถึงกับต้องช็อก ตกตะลึงครั้งใหญ่ ว่าศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐรอบนี้ เล่นกันสกปรกขนาดนี้เลยหรือ
เพราะปรากฏว่า ได้มีการเผยแพร่ ดีวีดีดังกล่าวมีชื่อว่า “ฝันจากพ่อที่แท้จริง”ผลิตโดยนายโจเอล กิลเบิร์ต นักวิจารณ์ขวาจัดผู้ต่อต้านนายบารัค โอบามา มาโดยตลอด ได้มีการอ้างว่า ผู้นำสหรัฐมีมารดาชื่อ แอน ดันแฮม เป็นหญิงโสเภณี และมีบิดา เป็นชาวผิวดำชื่อ แฟรงค์ มาร์เชลล์ เดวิส นักเคลื่อนไหวแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ และพวกฝ่ายซ้าย ทั้งสองแต่งงานกัน และพยายามปิดปังอดีตของโอบามา
ดีวีดีดังกล่าวผลิตออกมาจำนวนกว่า 2 แสนแผ่น ถูกแจกจ่ายไปให้แก่ผู้ใช้สิทธิในรัฐเนวาด้า และนิวแฮมป์เชียร์
เรื่องนี้นักวิเคราะห์มองว่า การอ้างอันเหลือเชื่อเช่นนี้อาจกลายเป็นจุดพลิกผันต่อการสร้างทฤษฎีตั้งคำถามต่ออดีตของผู้นำสหรัฐอีกรอบ และอาจมีผลต่อผู้ใช้สิทธิในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐสวิงโหวตที่นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงแห่งพรรคเดโมแครต กำลังมีคะแนนตามหลัง และบางรายเชื่อว่า มันถูกผลิตโดยมีกลุ่มทรี ปาร์ตี้ ของพรรครีพับลิกันอยู่เบื้องหลัง
แต่ไม่ว่าอย่างไรกรณีแจกจ่ายดีวีดีดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นการเล่นการเมืองที่แสนจะสกปรก โดยแม้แต่นายบิล อาร์มิสเต็ด หัวหน้าพรรครีพับลิกัน ยังกล่าวว่า ซีดีเป็นเรื่องกุขึ้นอย่างแน่อน และชาวอเมริกันสามารถตัดสินใจได้
ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตโจมตีว่า ดีวีดีนี้ เป็นสิ่งต่ำช้าที่สุดที่ฝ่ายตรงข้ามจะกล่าวหาโอบามาได้ เพราะไม่มีหลักฐานใด ๆ และว่า ซีดีนี้ถูกสร้างขึ้นเพราะจุดประสงค์สองอย่าง คือ เหยียดผิว และทำเพื่อเงิน
นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ว่า การเมืองพัฒนาแล้ว ประชาธิปไตยแข็งแรงแล้ว แต่ก็ยังคงมีการเมืองโสโครกเกิดขึ้นได้ จากแรงตัณหาทางการเมืองของคนบางคนบางกลุ่มนั่นเอง
ทำให้ย้อนกลับมาดูประเทศไทย การมุ่งทำลายล้างคู่แข่งทางการเมือง ด้วยสารพัดวิธี แม้กระทั่งโหนอำนาจกองทัพ ฉกฉวยทำลายกันในทางการเมืองจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด
ยิ่งการใช้แผนสกปรกเผยแพร่ดีวีดีนั้น ในเมืองไทยต้องถือว่าเด็กๆ เพราะการแจกดีวีดี การใช้นักรบหน้าคอมพ์เผยแพร่เรื่องราวเท็จผ่านโลกออนไลน์ ก็เป็นแนวถนัดของการเมืองบางกลุ่มมาโดยตลอด
แม้แต่แค่หลักฐานกระดาษแผ่นเดียว เท็จจริงของที่มาของกระดาษไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ก็ยังมีการนำมาใช้ทำลายล้างทางการเมืองกันมาแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง กรณีของน้ำท่วมใหญ่หรือมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ที่เกิดขึ้นในลักษณะที่ค่อนข้างพิสดาร เพราะน้ำท่วมที่สูง แต่กลับไม่ท่วมที่ต่ำซึ่งเคยท่วมอยู่ทุกปี แถมกรุงเทพฯมีการบล็อกน้ำท่วมไว้โดยไม่คิดจะช่วยระบายน้ำผ่านอุโมงค์ยักษ์เลยแม้แต่หยดเดียว ทั้งๆที่กรุงเทพฯชั้นนอกและปริมณฑลตกอยู่ในสภาวะน้ำท่วมขังเป็นเดือนๆ
เรื่องของน้ำท่วมปีที่แล้ว จึงถูกมองเป็นปริศนามาโดยตลอดว่าจะเป็นเกมการเมืองที่หวังให้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ไม่ได้ใช่หรือไม่???

เพราะเข้ามาเป็นรัฐบาลในวันที่ 9 สิงหาคม ก็เจอศึกน้ำท่วมใหญ่ทันที
แต่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ก็ยังคงอยู่ได้จนครบรอบ 1 ปี ครบรอบของเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จึงต้องการทดสอบการรับมือน้ำท่วม ทดสอบการระบายน้ำท่วมขังผ่านพื้นที่กรุงเทพฯเพื่อไปออกทะเล แต่ปรากฏว่าผู้บริหาร กทม. ที่เป็นพรรคการเมืองตรงข้าม คือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งขับเคี่ยวกับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทย กลับอิดออดอย่างเห็นได้ชัดกับความพยายามทดสอบระบบการระบายน้ำ
แล้วพายุฝนก็เข้ามาเป็นกลไกในการตรวจสอบระบบการระบายน้ำของ กทม.ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ และนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ เป็นรองผู้ว่าฯ ที่ร่วมรับผิดชอบในการดูแลปัญหาน้ำท่วมขังในกทม.โดยตรงนั้น ปรากฏว่า พื้นที่ กทม. ถูกน้ำฝนท่วมขังระเนระนาดไปหมด
ทั้งผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯ ออกมาอ้าง โดยโทษเอาดื้อๆเลยว่าเป็นเพราะฝนที่ดันตกหนักมาก ระบุเลยว่าเป็นฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 50 ปี!!!

แต่บังเอิญไม่ได้มีการเตี๊ยมกันมาก่อนเลยทำให้ทางสำนักการระบายน้ำของ กทม. ที่มีนายสัญญา ชีนิมิต เป็นผู้อำนวยการ ได้ออกมาบอกว่าเป็นฝนที่ตกหนักสุดในรอบ 100 ปี???

เล่นเอาคนกรุงเทพฯงงไปหมด และยิ่งงงมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดการถกเถียงกันหนักว่าตกลงแล้ว อุโมงค์ยักษ์ ที่คนสงสัยว่าจริงๆน่าจะเป็น อุโมงค์ยักยอกเสียมากกว่า เพราะไม่สามารถที่จะระบายน้ำได้เลย ปีที่แล้วที่น้ำท่วมใหญ่ ทาง
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ก็ยอมรับว่าอุโมงค์ยักษ์ไม่ได้มีน้ำท่วมขังผ่านเข้าไปเลยสักหยดเดียว!!
อ้างว่าเป็นเพราะน้ำถูกระบายถูกส่งมาไม่ถึงอุโมงค์ยักษ์เอง ไม่ใช่ความบกพร่องของอุโมงค์ยักษ์
แต่พอมาตอนนี้มีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบอุโมงค์ยักษ์ ว่ากรณีเรื่องทุจริตนั้นคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ทำไม ป.ป.ช. ที่เก่งๆอย่าง นายวิชา มหาคุณ นายกล้านรงค์ จันทิก จึงไม่ช่วยทำความจริงให้ปรากฏเสียทีว่า ตกลงแล้วเป็นอุโมงค์ยักยอกจริงอย่างที่ผู้คนสงสัยหรือไม่
ทำไมกรณีอย่างนี้ ป.ป.ช.จึงดูเหมือนสวมวิญญาณเต่า พอๆกับคดีทุจริตรถดับเพลิง เรือดับเพลิง ซึ่ง นายวิชา ได้เอกสารไปเพียบเป็นลัง แต่ทำไมคดีจนถึงวันนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียังลอยนวลได้อยู่?
และก็เป็นอีกครั้งที่กรณีอุโมงค์ยักษ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นธาตุแท้ทางการเมือง และการไม่ทำการบ้าน แต่ถนัดในการแก้ตัว เพราะพอมีการตั้งคำถามเรื่องอุโมงค์ยักษ์ เรื่องประสิทธิภาพ ปรากฏว่านายธีระชน ก็ออกมาเขียนสร้างกระแสในโลกออนไลน์ โต้ว่า อุโมงค์ยักษ์ ที่ถูกกล่าวอุโมงค์ดัมมี่นั้นช่วยคนกทมรอดมาเมื่อปีที่แล้ว???
ก็ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ยอมรับเมื่อตอนต้นปีว่าน้ำไม่ได้ผ่านอุโมงค์ยักษ์เลย ไหงมาตอนนี้รองผู้ว่าฯธีระชน เขียนเฟซบุ๊กว่าอุโมงค์ช่วยคน กทม. รอดมาได้เมื่อปีที่แล้ว... กลับไปดูข่าวย้อนหลัง กลับไปเตี๊ยมกันให้ดีก่อนจะดีหรือไม่ เพราะประชาชนคน กทม. สับสนไปหมด

ยิ่งกรณีเรื่องประสิทธิภาพยิ่งทำให้มึน เพราะบอกว่าไม่มีปัญหา ประสิทธิภาพยังมีอยู่เต็มที่ แต่ที่ผ่านมาเป็นเพราะน้ำมาไม่ถึงอุโมงค์ ถ้ามาถึงอุโมงค์แล้วทำงานเต็มประสิทธิภาพได้แน่ ตกลงน้ำถึงอุโมงค์หรือไม่ถึงอุโมงค์กันแน่
แล้วถ้าเช่นนั้น อุโมงค์ช่วยคน กทม.ให้รอดได้อย่างไร

เพราะหมาดๆนี่เอง หลังน้ำฝนท่วมถล่ม กทม. เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ยังเป็นห่วงสถานการณ์ในหลายๆ พื้นที่ แต่อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า ลักษณะน้ำท่วมขังหลายวันจะไม่เกิดขึ้นแล้ว และที่ผ่านมากทม. มีการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถระบายน้ำได้เร็ว แต่เนื่องจากฝนที่ตกในช่วงนี้ หรือมีปริมาณกว่า 140-150 มิลลิเมตร ทั้งที่กทม. สามารถรับน้ำฝนได้ในปริมาณ 60 มิลลิเมตร ทำให้มีหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง จึงขอให้ประชาชนอดทน เพราะการระบายน้ำจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น
ระบุชัดเจนว่า อุโมงค์ยักษ์ครอบคลุมพื้นที่ 50 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่ทั่วทั้งกทม.และนี่คือคำตอบที่ว่า ถึงเวลาที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร หรือ”ชายหมู” กำลังขว้างงูไม่พ้นคอ!!
ใช่มั้ย? อภิรักษ์??
ที่สำคัญนอกจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ พูดชัดเรื่องสร้างอุโมงค์ยักษ์เพิ่มเติมอีกหลายพื้นที่ อาทิ อุโมงค์ยักษ์ลอดคลองบางซื่อ บึงหนองบอน เพื่อเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาในอนาคต หากสำเร็จ กทม. ฝั่งพระนครจะปลอดภัยมากขึ้น
เพราะขณะนี้อุโมงค์ระบายน้ำพระราม9ช่วยระบายน้ำได้บ้างแต่ยังไม่เต็มที่... สวนทางกับคำแก้ตัวของนายธีระชนเต็มๆ
ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่สะท้อนชัดเวลานี้ก็คือ กทม.ยังคงฝากความหวังในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเอาไว้กับอุโมงค์ยักษ์ แทนที่ในระหว่างที่ อุโมงค์ยักษ์จุดอื่นๆยังสร้างไม่เสร็จ จะให้ความสำคัญกับการขุดลอกคูคลอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อระบายน้ำต่างๆ

ฉะนั้นภาพตอนนี้จึงกลายเป็นว่า ทางตำรวจเข้ามาทำหน้าที่ขุดลอกท่อ กลายเป็นว่ากรมราชทัณฑ์ เข้ามาช่วยทำหน้าที่ขุดลอกท่อแทน กทม. ซ้ำร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อลงพื้นที่ทำงานกลับไปเจอ ว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ตามท่อระบายน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะถนนพหลโยธิน ยิ่งลอกขยะก็เจอเศษหิน ขณะที่เขตมีนบุรี พบกระสอบทรายลงไปอุดกว่า 100 ลูก บางพื้นที่มีไขมันลงไปติดอยู่ ทําให้น้ำไม่ไหล และร่องระบายน้ำริมถนนเล็กทําให้น้ำลงไม่ทัน
พอเป็นข่าวออกมาเท่านั้น กทม.ตอบโต้วุ่นไปหมดว่า เป็นเกมการเมือง มีมือดีต้องการที่จะดิสเครดิตผู้บริหาร กทม.
ทั้งๆที่คำถามที่แท้จริงที่คน กทม. ที่มีความเป็นกลางควรจะคิดก็คือ หิน ดิน ทราย ลงไปอยู่ในท่อสายต่างๆ ได้อย่างไร ทำไมยังค้างอยู่ในนั้นโดยไม่มีการเก็บกวาดออกมา!?!

ที่สำคัญถ้าตำรวจนครบาลไม่ได้มาร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ เพราะต้องการจะจัดการแก้ไขต้นตอปัญหาที่เป็นเหตุทำให้การจราจรอัมพาต คนกทม.จะรู้หรือไม่ว่าต้นเหตุที่น้ำท่วมขังระบายไม่ทันนั้น
เพราะไม่มีใครลงไปขุดลอกเอาหินก้อนโตๆ เอาดินโคลน เอาทรายเป็นถุงๆ ออกมาจากในท่อ
แต่แทนที่ ผู้บริหาร กทม. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ซึ่งมีหน้าที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรง จะหาคำตอบว่าทำไมจึงไม่มีการขุดลอกอย่างที่ควรจะเป็น กลับมานั่งเขียนเฟซบุ๊กแก้ตัว แถมปลุกเร้าว่าเป็นเกมการเมือง
ซึ่งก็สวนทางกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อีกรอบ เพราะบอกว่า กรณีพบหิน ถุงทราย และขยะจำนวนมากซุกอยู่ในท่อระบายน้ำนั้น เป็นเรื่องสุดวิสัย และเป็นเรื่องที่อาจพบได้ จึงไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นการเมืองเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในสมัยหน้า
“การเข้ามาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.ของ ผบช.น และกรมราชทัณฑ์ นั้นก็ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งทางกทม. ก็พร้อมให้ร่วมมือช่วยเหลือราชทัณฑ์ทุกเมื่อหากติดต่อมา”

ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์พูด แต่ไม่รู้ว่ารองผู้ว่าฯธีระชน จะฟังชัดหรือไม่?
ซึ่งหากเป็นเกมการเมืองจริงๆ ถามว่าเกมคืออะไร ใช่เกมที่ประชาธิปัตย์บอกว่าเป็นเกมที่เกิดขึ้นเพื่อหวังผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในต้นปีหน้า ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็ร่วม 4 เดือน ซึ่งนานเกินไปหรือไม่
ในขณะที่หากมองว่าเป็นเกมการเมือง อีกขั้วการเมืองก้มองได้เช่นกันว่าเป็นเกมการเมืองที่หวังให้รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ไปกับน้ำให้ได้ คือปีที่แล้วรัฐบาลถูกโจมตีหนักเรื่องน้ำท่วม แต่บังเอิญประชาชนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าควรให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานต่อไป การเมืองจึงยังไม่มีการพลิกเกมเปลี่ยนขั้วในการเป็นรัฐบาล
แต่หากว่าปีนี้เกิดน้ำท่วมซ้ำ แน่นอนว่า รัฐบาลกระอักแน่ โดยเฉพาะหากน้ำท่วมปริมณฑลรอบ กทม. แล้วน้ำผ่าน กทม.ไปลงทะเลไม่ได้ หากปริมณฑลต้องน้ำท่วมขังนานรัฐบาลอยู่ลำบาก และต่อให้อยู่ได้ หากเลือกตั้งครั้งต่อไป พื้นที่ปริมณฑลที่เคยเป็นพื้นที่เสียงพรรคเพื่อไทย ก็มีสิทธิที่จะพลิกคะแนนได้

ฉะนั้นเกมถุงทรายยัดท่อ จึงเป็นได้ทั้งเกม ดิสเครดิต กทม. และเกมหวังทำลายรัฐบาลเพื่อไทย... มองกันได้ทั้งนั้น เพียงแต่ความเป็นจริงกมนี้จะเป็นเกมของใคร คนทำรู้อยู่แก่ใจ ในขณะที่ประชาชนคน กทม.คงต้องตั้งสติ และใช้วิจารณญาณให้หนักว่า

เป็นการเล่นเกมทำลายกันทางการเมืองของ ดีสุดขั้ว หรือ ชั่วสุดขีด!!!
ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นว่า นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากทม. กลับทำได้ดีกว่า ที่จะให้มีการประชุมสภากทม.วันที่ 3 ต.ค.นี้ เพื่อยื่นญัตติด่วนขอให้ผู้บริหาร กทม. เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งการลอกท่อระบายน้ำ การแก้ปัญหาประชาชนและผู้ประกอบการบุกรุกที่สาธารณะ
รวมทั้งเห็นว่า ผอ.เขตต้องใช้ความเด็ดขาดนำที่สาธารณะกลับคืนเพื่อแก้ไขปัญหา
เพราะแบบนี้หรือไม่ที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉวยจังหวะอออกมาเหน็บว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะทำเนียน ตีมึนอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ต้องมีคำตอบให้สังคม ต้องออกมาชี้แจงว่าได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร
“ผู้ว่าฯกทม.เคยบอกว่า ทั้งชีวิตเราดูแล แล้วนี่ดูแลยังไง สิ่งของเหล่านี้ถึงไปอุดอยู่ในท่อ และคงเป็นไปไม่ได้ที่หินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ชาวบ้านจะเดินเตะลงท่อง่ายดาย ดูแลแบบนี้ เราเดือดร้อนทั้งชีวิต โครงการขุดลอกท่อระบายน้ำในพื้นที่กทม. ที่วันนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม.ก็ดำเนินการไม่เรียบร้อย ทั้งที่รัฐบาลก็ให้งบสนับสนุนกทม.จำนวน 1,960 ล้านบาท แต่เมื่อฝนตกหนักในแต่ละครั้ง การระบายน้ำใน กทม.ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆที่เป็นแค่เหตุการณ์ฝนตกธรรมดา ไม่ได้มีน้ำเหนือ หรือน้ำทะเลหนุนอะไร” นายอนุสรณ์ กล่าว พร้อมกับฝากประเด็นด้วยว่า

อยากให้ช่วยกันตรวจสอบดูว่า เป็นการลอกท่อแบบดัมมี่ หรือ มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการลอกท่อของ กทม.หรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบ เช่นเดียวกับ ป้ายประชาสัมพันธ์ของกทม.ที่มีข้อความ รัก ไม่เปลี่ยนแปลง นั้นต้องการสื่ออะไร
ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ตัวผู้ว่ากทม.ทางอ้อมหรือไม่?
ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เพราะงบประมาณการประชาสัมพันธ์ ก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ไม่ควรทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน

บอกแล้วว่า เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในต้นปีหน้า คน กทม.ต้องตั้งสติให้ดี ใช้วิจารณญาณให้สูง


ที่มา:http://www.bangkok-today.com/node/14333

บันทึกการเข้า
Prem
ตาสว่าง
****

Karma: +6/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,932


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 09:16:51 AM »

.....ธีระชวย...หัวคน
บันทึกการเข้า
sakboriyon
ตาสว่าง
****

Karma: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,243



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 10:05:13 AM »

เอาแล้วขุนค้อนฝ่ายค้าน  ยังทนไม่ได้โพสเฟสบุ็คด่า
บันทึกการเข้า
kiwi
ตาสว่าง
****

Karma: +14/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,260


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 11:04:39 AM »

สมัยก่อนมีภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า น้ำลดตอผุด
แต่ดูเหมือนว่าปัจจุบันคงจะต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยหน่อยล่ะครับ ให้เป็นเปลี่ยน น้ำท่วมตอโผล่ แทนก็แล้วกัน

แหม่ท่วมแต่ละทีนี่ประจานผลงานที่โฆษณาทั่วกรุงได้เยอะไปหมดเลยจริงๆ
บันทึกการเข้า
Saichol
ตาสว่าง
****

Karma: +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,266


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 11:55:17 AM »

ไม่รู้เป็นเพราะ "ฝนตก ขี้หมูไหล..." หรือไง ถึงได้ออกมาส่งเสียงแก้ตัว อ้างฝนร้อยปีบ้าง อ้างฝนตกหนักในรอบ 50 ปีบ้าง

...ทั้งหมดก็เลยมาประจานผลงานตัวเอง ที่ระบบการระบายน้ำผ่านท่อและคลองภายใน กทม นี่แหละ...

ช่วงฝนตกหนัก อาทิตย์ก่อน ผ่านถนนที่ข้ามคลองลาดพร้าว ปรากฏว่าน้ำท่วมปริ่มฟุตบาท ดูน้ำในคลองยังต่ำกว่าผิวถนนเกือบเมตร...พวกสำนักการระบายน้ำ กลายเป็นพวกสำลักน้ำอ้างดินฟ้าอากาศไปเรื่อยเปื่อย...ขนาด ชูวิทย์ ออกมาฉายไฟเตือนสติล่วงหน้าข้ามปี ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันอีก...

งานบริหาร กทม. โดย ปชป. ยังทำได้ไม่ถึงไหน...อย่าไปหลงตัวเอง ขอเป็นตัวแทนไปบริหารงานระดับประเทศเลย...แค่นี้ก็หาความเฮงได้ยากแล้ว
บันทึกการเข้า
บักฮูขี บ้านนาควาย
ตาสว่าง
****

Karma: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,100



« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 12:44:43 PM »

เรื่องการบริหาร กทม. ฝีมือ
   ปีก่อน
   เป็นโจรทำท่าร้องจับขโมย
   ปีนี้
   โดน.. เต็มๆ โดนจับได้คาหนังคาเขา
   
   เอ้า หุย ฮา

ยังไม่พอเลเพลาดพาด ไปทางราชทัณฑ์ คงได้เป็น"คนใน" ตามคาดหมาย

ขออำนวยพรให้สม... สมใจในเร็ววัน
บันทึกการเข้า

ชาติคือประชาชน ไม่มีประชาชนก็ไร้ชาติ. ประชาชนจงเจริญ
Red Voltaire
ตาสว่าง
****

Karma: +3/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 417



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2012, 01:00:04 PM »

เพื่อไทยรีบชงให้เรื่องนี้เป็นคดีพิเศษเลยฮะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: